ผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสครั้งสุดท้าย ประจำปี 2562 และผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคอย่างไม่เป็นทางการ ประจำปี 2563

ข่าวการเมือง Tuesday April 7, 2020 20:06 —มติคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคครั้งสุดท้าย ประจำปี 2562 และผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคอย่างไม่เป็นทางการ ประจำปี 2563 และมอบหมายหน่วยงานที่มีภารกิจที่เกี่ยวเนื่องตามนัยตารางสรุปประเด็น ติดตามผลสำหรับเอกสารผลลัพธ์การประชุมเอเปค ประจำปี 2562 ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปในโอกาสแรก โดยพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการสำหรับการเป็นเจ้าภาพของไทยในปี 2565 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

สาระสำคัญของเรื่อง

1. กระทรวงการต่างประเทศได้รายงานผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคครั้งสุดท้าย ประจำปี 2562 และผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคอย่างไม่เป็นทางการ ประจำปี 2563 โดยอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคครั้งสุดท้าย ประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2562 ณ สำนักงานเลขาธิการเอเปค สาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายภายใต้วาระการเป็นประธานเอเปคของชีลี โดยที่ประชุมได้รับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมเอเปค ประจำปี 2562 จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ (1) แผนลาเซเรนาเพื่อสตรีและการเจริญเติบโตที่ครอบคลุม (ค.ศ. 2019-2030) (เปลี่ยนชื่อจากแผนซันติอาโกเพื่อสตรีและการเจริญเติบโตที่ครอบคลุม) (2) แผนเอเปคว่าด้วยขยะทะเล และ (3) แผนเอเปคว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และได้เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค อย่างไม่เป็นทางการ (Informal Senior Officials’ Meeting : ISOM) ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 10-11 ธันวาคม 2562 ณ เมืองลังกาวี มาเลเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับ (1) หัวข้อหลักและประเด็นสำคัญของการประชุมเอเปค ประจำปี 2563 โดยมาเลเซียได้นำเสนอหัวข้อหลักของการประชุมเอเปค ประจำปี 2563 คือ “การใช้ประโยชน์สูงสุดจากศักยภาพมนุษย์เพื่ออนาคตที่รุ่งเรืองร่วมกัน” (2) วิสัยทัศน์เอเปคหลังปี 2563 ซึ่งมาเลเซียได้ยกโครงร่างวิสัยทัศน์เอเปคหลังปี 2563 แบ่งเป็น 4 เสาหลัก ได้แก่ ความยั่งยืนและครอบคลุม การพัฒนาศักยภาพมนุษย์ การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี และการส่งเสริมการรวมกลุ่มเศรษฐกิจภูมิภาค และ (3) ปฏิทินการดำเนินงานของเอเปค ประจำปี 2563 โดยมาเลเซียกำหนดจะจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ระหว่างวาที่ 11-12 พฤศจิกายน 2563 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ และการประชุมระดับรัฐมนตรีอีก 5 สาขา ได้แก่ (1) การประชุมรัฐมนตรีการค้า (2) การประชุมรัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยว (3) การประชุมรัฐมนตรีด้านการปฏิรูปโครงสร้าง (4) การประชุมรัฐมนตรีการคลัง และ (5) การประชุมรัฐมนตรีเอเปค

2. เพื่อให้มีการติดตามผลจากเอกสารผลลัพธ์การประชุมเอเปค ประจำปี 2562 และมีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงมีประเด็นที่ต้องมอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ นำไปติดตามและดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ประเทศไทยควรเริ่มกระบวนการหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดหัวข้อหลักและประเด็นสำคัญของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค ปี 2565 รวมถึงตั้งเป้าหมายที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ในโอกาสแรก รวมทั้ง ควรทำงานร่วมกับประเทศมาเลเซียและประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค ปี 2564 อย่างใกล้ชิด

ที่มา: ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 7 เมษายน 2563


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ