สรุปผลการดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ “ชิมช้อปใช้” และมาตรการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ “ชิมช้อปใช้”

ข่าวการเมือง Tuesday November 10, 2020 18:24 —มติคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบสรุปผลการดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ?ชิมช้อปใช้? และมาตรการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ ?ชิมช้อปใช้? ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ โดยมีสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้

1. ผลการดำเนินมาตรการ ?ชิมช้อปใช้? ระหว่างวันที่ 27 กันยายน 2562 ? 31 มกราคม 2563 มีผู้ได้รับสิทธิจำนวน 14,354,159 คน มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 11,802,073 คน และมีร้านค้าที่มีผู้ไปใช้สิทธิจำนวน 103,053 ร้าน โดยมียอดค่าใช้จ่ายผ่านระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet) สรุปได้ดังนี้

รายการ/(หน่วย : ล้านบาท)

g-Wallet ช่องที่ 1

การใช้จ่าย

ผู้ใช้สิทธิ (คน) 11,737,997

ยอดใช้จ่ายรวม 11,671.80

กค. จ่ายเงินสนับสนุน/เงินชดเชย 11,671.80

g-Wallet ช่องที่ 2

การใช้จ่าย

ผู้ใช้สิทธิ (คน) 487,820

ยอดใช้จ่ายรวม 17,148.10(ไม่รวมยอดใช้จ่ายในร้านค้าทั่วไปที่ไม่ได้รับสิทธิเงินชดเชยจำนวน 147 ล้านบาท)

กค. จ่ายเงินสนับสนุน/เงินชดเชย 1,258.90

รวม

ยอดใช้จ่ายรวม 28,819.90

กค. จ่ายเงินสนับสนุน/เงินชดเชย 12,930.70

หมายเหตุ :

  • g-Wallet ช่องที่ 1 คือ รัฐบาลสนับสนุนวงเงินจำนวน 1,000 บาทต่อคน
  • g-Wallet ช่องที่ 2 คือ รัฐบาลสนับสนุนเงินชดเชยในรูปแบบเงินคืน (Cashback) ร้อยละ 15-20 ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ทั้งนี้ กค. ได้มีการตรวจสอบข้อมูลผู้ที่เข้าข่ายมีพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติ สรุปได้ดังนี้

(1) ประชาชน : ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ส่งข้อความ (SMS) ไปยังประชาชนที่เข้าข่ายมีพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติจำนวน 195,299 คน เพื่อให้ชี้แจงข้อมูลกับ กค. โดยมีผู้ติดต่อให้ข้อมูลรวมทั้งสิ้น 4,746 คน ซึ่งภายหลังการตรวจสอบแล้วได้จ่ายเงินคืนให้กับประชาชนจำนวน 1,541 คน เป็นเงินจำนวน 12.55 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติมอีก 265 คน

(2) ร้านค้า : กค. ได้ตรวจสอบผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าข่ายมีพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติจำนวน 5,302 ร้าน โดยผลการพิจารณาพบว่ามีการดำเนินการผิดเงื่อนไขจำนวน 3,201 ร้าน จึงได้ระงับการรับชำระค่าสินค้าด้วยแอปพลิเคชัน ?ถุงเงิน? ของร้านค้าดังกล่าว

2. ผลการประเมินผลความคุ้มค่าและแบบสำรวจความพึงพอใจของมาตรการฯ คณะทำงานประเมินผลและความคุ้มค่าของมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ?ชิมช้อปใช้? ได้สรุปการประเมินผลความคุ้มค่าของมาตรการฯ และการประเมินความพึงพอใจของมาตรการฯ ดังนี้

ความคุ้มค่าของมาตรการฯ

มิติที่ 1 การกระจายตัวของการไปใช้จ่าย

ผลการประเมิน

ผู้ใช้สิทธิผ่าน g-Wallet ช่องที่ 1 เดินทางไปใช้สิทธิในทั่วภูมิภาคและทุกจังหวัด โดนส่วนใหญ่เดินทางไปเที่ยวในภูมิภาคที่เป็นภูมิลำเนา

มิติที่ 2 การใช้จ่ายในเมืองหลักเมืองรอง

ผลการประเมิน

  • ผู้ใช้สิทธิเดินทางไปเที่ยวเมืองหลักมากกว่าเมืองรอง โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 55 และร้อยละ 45 ตามลำดับ
  • การใช้จ่ายในเมืองรองสูงกว่าเมืองหลัก โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 และร้อยละ 40 ของยอดใช้จ่ายรวม ตามลำดับ

มิติที่ 3 อัตราการใช้สิทธิและอัตราการใช้จ่าย

ผลการประเมิน

รูปแบบการใช้จ่ายของผู้ได้รับสิทธิทั่วประเทศมีลักษณะคล้ายกันโดยผู้ได้รับสิทธิจะใช้เงิน 1,000 บาท ผ่าน g-Wallet ช่องที่ 1 ก่อน แล้วจึงใช้จ่ายเงินของตนเองผ่าน g-Wallet ช่องที่ 2

มิติที่ 4 รายได้ของผู้ประกอบการ

ผลการประเมิน

  • การใช้จ่ายส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับร้าน ?ช้อป? เช่น ร้าน OTOP และร้านธงฟ้าประชารัฐ
  • ยอดการใช้จ่ายของร้าน ?ชิม? ?ช้อป? และ ?ใช้? รวมกัน มีมูลค่ามากกว่าร้านค้าทั่วไปถึง 7.8 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าร้านค้ารายย่อยได้รับรายได้จากมาตรการฯ มากกว่าร้านค้ารายใหญ่

มิติที่ 5 ผลบวกต่อการใช้จ่าย

ผลการประเมิน

การท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด

  • มาตรการฯ มีผลบวกต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 0.1-0.3
  • ไตรมาส 4 ปี 2562 มีการขยายตัวของเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการขยายตัวสาขาการขายส่งขายปลีก เช่น โรงแรม ที่พัก และร้านอาหาร ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการฯ
  • ยอดการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้มูลค่าการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ

มิติที่ 6 ผลประโยชน์ทางอ้อม

ผลการประเมิน

  • ก้าวสู่สังคมไร้เงินสด
  • สร้างทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่ประชาชน
  • สร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อใช้วิเคราะห์เชิงลึก
  • เพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ

ความพึงพอใจของมาตรการฯ : ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ ระหว่างวันที่ 31 มกราคม ? 17 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ตอบแบบสอบถามแบ่งเป็นประชาชน 76,382 คน และผู้ประกอบการหรือร้านค้า ?ถุงเงิน? 458 ร้านค้า

ประชาชน

ความพึงพอใจ 3 ลำดับแรก ได้แก่

1) เงินสนับสนุน 1,000 บาท ร้อยละ 74.6

2) ความปลอดภัยในการใช้งานแอปพลิเคชัน ?เป๋าตัง? ร้อยละ 74.2

3) ความสะดวกในการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน ?เป๋าตัง? ร้อยละ 73.9

ผู้ประกอบการ/ร้านค้า ?ถุงเงิน?

ความพึงพอใจ 3 ลำดับแรก ได้แก่

1) ความปลอดภัยในการใช้งานแอปพลิเคชัน ?ถุงเงิน? ร้อยละ 86.6

2) ความสะดวกในการรับเงินผ่านแอปพลิเคชัน ?ถุงเงิน? ร้อยละ 84.9

3) ขั้นตอนและรูปแบบการลงทะเบียน ร้อยละ 70.5

3. สรุปภาพรวมการดำเนินการ พบว่า มาตรการได้ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยมีการกระจายตัวของการใช้จ่ายครอบคลุมทั่วประเทศและลงไปถึงร้านค้ารายย่อย รวมทั้งได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนให้มีความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การผลักดันให้ประเทศเข้าสู่สังคมไร้เงินสด และการสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป

ที่มา: ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ