การปรับเพิ่มเป้าหมายปริมาณรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday June 10, 2009 11:21 —มติคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานผลการปรับเพิ่มเป้าหมายปริมาณรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า

1. คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2552 เพื่อพิจารณาการปรับเพิ่มเป้าหมายปริมาณการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552 และมีมติดังนี้

1.1 อนุมัติให้ปรับเพิ่มเป้าหมายปริมาณรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552 จากเดิมที่กำหนดไว้ 4.0 ล้านตัน เพิ่มอีกจำนวน 2.0 ล้านตัน รวมเป็น 6.0 ล้านตัน สำหรับระยะเวลารับจำนำให้สิ้นสุด 31 กรกฎาคม 2552 และภาคใต้ให้รับจำนำ 1 กรกฎาคม — 30 กันยายน 2552 ตามที่กำหนดไว้เดิม ทั้งนี้ จะไม่พิจารณาให้ปรับเพิ่มปริมาณรับจำนำและขยายระยะเวลารับจำนำออกไปอีก เพื่อให้สอดรับกับปริมาณผลผลิตข้าวเปลือกนาปรังที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สำรวจและมีการปรับตัวเลขผลผลิตข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552 ใหม่ โดยปรับเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกจาก 11.6 ล้านไร่ เป็น 12.402 ล้านไร่ และผลผลิตเพิ่มจาก 7.674 ล้านตัน เป็น 8.415 ล้านตัน และคาดว่ายังมีผลผลิตคงเหลือประมาณร้อยละ 37 หรือประมาณ 3.12 ล้านตัน และรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบต่อไป

1.2 เห็นชอบให้ใช้วงเงินดำเนินการรับจำนำเพิ่มเติม จำนวน 23,600 ล้านบาท จากเงินทุนดำเนินการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำหรับค่าใช้จ่ายในการรับจำนำ จำนวน 1,162.880 ล้านบาท จำแนกเป็น ค่าบริหารโครงการ 200.00 ล้านบาท ค่าเก็บรักษาข้าวสาร (ระยะเวลา 6 เดือน) จำนวน 254.88 ล้านบาท และค่าชดเชยดอกเบี้ย (ระยะเวลา 6 เดือน) จำนวน 708.00 ล้านบาท ให้ อคส. อ.ต.ก. และ ธ.ก.ส. จัดทำรายละเอียด โดยให้ปรับลดค่าใช้จ่ายในการรับฝากและออกใบประทวนตามที่เกิดขึ้นจริง (รวมค่า Overhead ตันละ 45 บาท) ที่เคยได้รับอนุมัติในอัตราตันละ 100 บาท ลงเนื่องจากเมื่อปริมาณรับจำนำเพิ่มขึ้นค่าใช้จ่ายต่อหน่วยควรจะปรับลดลงและนำเสนอคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการตลาดพิจารณาก่อนนำเสนอคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ต่อไป

1.3 มอบหมายให้คณะอนุกรรมการดำเนินการรับจำนำข้าวเปลือกพิจารณาจัดสรรปริมาณการรับจำนำข้าวเปลือกให้แต่ละจังหวัดตามเกณฑ์ผลผลิตคงเหลือของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และทบทวนการสั่งสีแปรสภาพข้าวเปลือกจากเดิมทุก 15 วัน เป็นทุก 30 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของปริมาณรับจำนำเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ และเพื่อให้การดำเนินการรับจำนำเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการกระจายการรับจำนำอย่างทั่วถึงและผลประโยชน์ตกแก่เกษตรกรอย่างแท้จริง

1.4 มอบหมายให้คณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติระดับจังหวัด องค์การคลังสินค้า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กำกับดูแลการรับจำนำในจังหวัด โดยกวดขันการออกหนังสือรับรองเกษตรกรให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยข้าวเปลือกที่เกษตรกรนำมาจำนำต้องเป็นข้าวเปลือกที่เพาะปลูกในฤดูนาปรัง ปี 2552 อย่างแท้จริง และออกหนังสือรับรองเกษตรกร รายละ 1 ใบ โดยให้ตรวจสอบย้อนกลับว่ามีพื้นที่ที่ทับซ้อนหรือไม่ และให้สิทธิจำนำข้าวเปลือกได้เพียงครั้งเดียว (กรณีเกษตรกรมีการเพาะปลูกข้าวนาปรัง 2 ครั้ง) ภายในวงเงินไม่เกิน จำนวน 350,000 บาท รวมทั้งกำกับดูแลและตรวจสอบการรับจำนำข้าวเปลือกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยเคร่งครัด โดยเฉพาะการสวมสิทธิ์เกษตรกร และการตรวจสอบโรงสีไม่ให้มีการนำข้าวเปลือกที่รับฝากไว้ก่อนมาเข้าร่วมโครงการรับจำนำที่จะได้รับอนุมัติปริมาณรับจำนำที่จัดสรรเพิ่มเติม

2. คณะอนุกรรมการดำเนินการรับจำนำข้าวเปลือก ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2552 เพื่อพิจารณาการกำกับดูแลการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552 และมีมติดังนี้

2.1 เห็นชอบให้ อคส. และ อ.ต.ก. ปรับเปลี่ยนการสั่งสีแปรสภาพข้าวเปลือกโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552 ทุกชนิด จากเดิมที่กำหนดให้สั่งสีแปรสภาพข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552 ทุก 15 วัน เป็น ทุก 30 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของปริมาณข้าวเปลือกที่รับจำนำ และส่งมอบข้าวสารเข้าโกดังกลาง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สั่งสีแปรสภาพ โดยให้เริ่มดำเนินตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2552 เป็นต้นไป

2.2 เห็นชอบให้จัดสรรปริมาณการรับจำนำข้าวเปลือกที่ได้รับอนุมัติเพิ่มเติมอีก จำนวน 2 ล้านตันตามแนวทางที่กำหนดไว้เดิมคือ ให้จังหวัดแหล่งผลิตในอัตราร้อยละ 70 (ปริมาณ 1,400,000 ตัน) และโควตากลาง ร้อยละ 30 (ซึ่งจะรวมผลผลิตของภาคใต้ที่คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 190,000 ตัน) ตามสัดส่วนปริมาณผลผลิตคงเหลือของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (เดือนมิถุนายน — กรกฎาคม 2552) กรณีมีความจำเป็นและจังหวัดร้องขอให้จัดสรรเพิ่มเติม ให้ฝ่ายเลขานุการพิจารณาจัดสรรจากโควตากลางโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานอนุกรรมการ และมอบหมายให้คณะอนุ กขช. ระดับจังหวัด พิจารณาจัดสรรปริมาณรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552 ให้โรงสีที่เข้าร่วมโครงการกับ อคส. และ/หรือ อ.ต.ก. ตามปริมาณที่ได้รับจัดสรร โดยพิจารณาตามกำลังการผลิตของโรงสีที่เข้าร่วมโครงการหรือตามที่เห็นสมควร

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 9 มิถุนายน 2552 --จบ--


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ