CEO Talk: อิมเม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ส่งออกโมเสกแก้วบนนวัตกรรมที่แตกต่าง

ข่าวหุ้น-การเงิน 2 สิงหาคม พ.ศ. 2562 16:07 น. —ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า

EXIM E-NEWS ฉบับนี้ได้รับเกียรติจากคุณธเนศ พรพิพัฒน์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมเม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกโมเสกแก้วที่ได้รับรางวัลความเป็นเลิศในระดับสากล ทั้งยังเป็นรายแรกในไทยที่นำโมเสกแก้วมาออกแบบตกแต่งที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิดการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อยู่อาศัยหรือ “Inspired the Living” มาบอกเล่าประสบการณ์และแนวทางบริหารธุรกิจโดยใช้นวัตกรรม

จุดเริ่มต้นของธุรกิจ

ในอดีตผมเคยทำงานกับบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิกรายใหญ่ของไทย ต่อมาได้ลาออกจากงานเพื่อทุ่มเทเวลาศึกษาปริญญาโท เมื่อสำเร็จการศึกษาปริญญาโทแล้ว มีลูกค้าที่เคยติดต่อธุรกิจกันชวนทำธุรกิจร่วมกัน เป็นการจุดประกายให้ผมประกอบธุรกิจส่วนตัวและกลับมาทำงานในวงการเดิมที่คุ้นเคย โดยจัดตั้งบริษัท อิมเม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในปี 2537 สินค้าชิ้นแรกที่ผลิต คือ กระจกช่องแสง ซึ่งเราเป็นผู้ผลิตรายแรกของไทย โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการไปดูงานที่ออสเตรเลีย ขณะที่ที่อยู่อาศัยของคนไทยในสมัยนั้นจะคุ้นเคยกับการใช้อิฐแก้วเพื่อเพิ่มช่องแสงในการตกแต่งบ้านมากกว่า สินค้าชิ้นแรกของบริษัทขายได้แต่ยอดขายไม่สูงนัก ทำให้ผมหันมาโฟกัสสินค้าที่มีความถนัดและประสบการณ์ในการผลิต คือ กระเบื้องเซรามิกซึ่งเป็นที่ต้องการในตลาดตกแต่งบ้านมากกว่า โดยเอากระเบื้องเซรามิกนำมาเพิ่มมูลค่าผลิตเป็นคิ้วเซรามิก (Ceramic Border)ให้มีลวดลายและรูปแบบที่แตกต่างจากท้องตลาดทั่วไป และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของการพัฒนาในระยะต่อมาเป็น คิ้วแก้ว (Glass Border) และโมเสกแก้ว (Glass Mosaic) โดยเป็นผู้ผลิตรายแรกของไทย รวมทั้งเป็นผู้ผลิตกระเบื้องแก้วชั้นนำที่พร้อมจะขยายตลาดไปต่างประเทศ เริ่มต้นจากออสเตรเลีย จนปัจจุบันเราส่งออกไปแล้วจำนวนกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

จุดเด่นของธุรกิจ

Key to Success ของอิมเม็กซ์ คือ คิดก่อนได้เปรียบ ดีไซน์ต้องโดน คุณภาพต้องได้ราคาต้องใช่ประการแรก คือ ทุกคนในองค์กรต้องมี Innovation DNA หรือความเป็นผู้สร้างนวัตกรรม เพราะถ้าเราคิดก่อน ทำก่อน นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ก่อนคู่แข่ง จะทำให้เราได้เปรียบและธุรกิจค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขยายตลาดจากการจำหน่ายภายในประเทศเป็นการส่งออกไปทั่วโลก ทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น จนได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศ เราจึงพยายามปลูกฝังให้ทุกคนในองค์กรมี Innovation DNA ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ คือ สินค้านวัตกรรม ขณะที่ผลลัพธ์ที่จับต้องไม่ได้ คือ การปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น ผลิตและส่งมอบสินค้าได้เร็วขึ้น คุ้มค่าขึ้น แข่งขันได้ในโลกการค้ายุคใหม่

ประการต่อมา คือ เราต้องพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละเพศ วัย รสนิยม และภูมิประเทศที่แตกต่างกันมาก นั่นหมายถึงสินค้ามีให้เลือกหลากหลายสีสัน สไตล์ และลวดลายต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าในราคาที่จับต้องได้ ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเพราะเชื่อมั่นในคุณภาพ นอกจากคุณภาพสินค้า ยังหมายรวมถึงการบริการและกระบวนการทำงานที่มีคุณภาพด้วยสุดท้ายสิ่งสำคัญที่ลูกค้าทุกรายจะต้องถามคือ ราคาสินค้า เราจึงมีจุดยืนที่จะจำหน่ายสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่ลูกค้ายอมรับได้ เรียกได้ว่าสินค้าของอิมเม็กซ์ได้มาตรฐานโลกในราคาเอเชีย (World Class Standard but Asian Price)

ความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ

ในวันนี้เราจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าหมายว่าในปี 2563 อิมเม็กซ์จะต้องติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกในอุตสาหกรรมโมเสก ความท้าทาย คือ การทำให้ธุรกิจแข่งขันได้ในรูปแบบการค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีทั้งการรวมกลุ่มการกีดกัน และการจับมือกัน รวมทั้งการปรับตัวรับมือกับกฎระเบียบ อัตราแลกเปลี่ยน หรือนโยบายการค้าของประเทศต่างๆ ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ต้องหาวิธีทำอย่างไรให้ขายสินค้าได้ หรือหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเดิม การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ถือเป็นความท้าทายที่เราต้องคว้าเป็นโอกาสให้ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องปรับตัวเองให้เข้ากับอุปสรรคที่เราไม่สามารถควบคุมได้

ทั้งนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เราขายสินค้าได้มากขึ้น ลดการพึ่งพาการออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานต่อครั้งสูงมาก โดยปัจจุบันเราสามารถติดต่อกับลูกค้าได้ทางออนไลน์และนัดหมายติดต่อธุรกิจได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

การบริหารความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ

ในการค้าขายในประเทศ เราอาจจะสามารถตรวจสอบสถานะของบริษัทลูกค้าได้ไม่ยาก การสอบถามพูดคุยกับเพื่อนฝูงในวงการก็ทำให้ได้ข้อมูล แต่สำหรับผู้ซื้อในต่างประเทศ เราแทบจะไม่สามารถตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้ซื้อได้เลย บริษัทจึงใช้บริการของ EXIM BANK เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงเพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจ

EXIM BANK ช่วยสนับสนุนบริษัทของเราทั้งในด้านเงินทุนหมุนเวียนและป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อในต่างประเทศ ทำให้เรามีเงินทุนผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อ และมีกรมธรรม์บริการประกันการส่งออกที่ช่วยให้เราค้าขายระหว่างประเทศได้อย่างไม่ต้องกังวล

บริการทางการเงินของ EXIM BANK เป็นประโยชน์มากกับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs หรือผู้ส่งออกที่ต้องการเงินทุนในการเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจ ผมขอแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศที่ผู้ส่งออกทุกรายไม่ควรมองข้ามกล่าวคือ ผมติดต่อค้าขายกับผู้ซื้อในต่างประเทศรายหนึ่งมาระยะหนึ่งและมียอดค้าขายกันสูงมาก วันหนึ่งผู้ซื้อรายนั้นประกาศเข้าสู่ภาวะฟื้นฟูโดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ทำให้ไม่สามารถชำระค่าสินค้าให้กับเราได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด เพราะลูกค้าเพิ่งฉลองครบ 130 ปีของบริษัท จากการสอบถามบริษัทอื่นๆ ที่ทำธุรกิจกับลูกค้ารายนี้ก็ได้รับการยืนยันว่าสถานการณ์ของบริษัทยังเป็นปกติ แต่โชคดีที่เราทำประกันการส่งออกกับ EXIM BANK ทำให้เราได้รับค่าสินไหมทดแทน เราจึงหมดความกังวลและผ่านเหตุการณ์ครั้งนั้นมาได้

ฝากถึงผู้ประกอบการและผู้สนใจเริ่มต้นธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ

การทำธุรกิจต้องมีทุน ทาง และทีม กล่าวคือ เงินทุนต้องมี ลู่ทางต้องเห็น และทีมงานต้องพร้อม 3 ปัจจัยนี้สัมพันธ์กัน โดยมีแผนธุรกิจที่ชัดเจนและแผนสำรองที่จะทำให้ธุรกิจเดินต่อไปอย่างไม่สะดุด และควรกำหนดสัดส่วนของการค้าขายภายในประเทศและต่างประเทศให้สมดุลย์กัน พร้อมรับมือกับสถานการณ์การค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ประการสุดท้าย แต่สำคัญ คือ ต้องมีผู้ช่วยที่ดีทั้งจากภาครัฐและเอกชน อย่างเช่น EXIM BANK ที่มีบริการทางการเงิน รวมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำ และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ สนับสนุนให้ธุรกิจค้าขายระหว่างประเทศของเราเติบโตได้อย่างมั่นคง

ที่มา: ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เดือนกรกฎาคม 2562


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ