Share โลกเศรษฐกิจ: ความเห็นที่แตกต่างว่าด้วยเรื่อง Global Recession

ข่าวหุ้น-การเงิน 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 14:35 น. —ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า

ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกจากนักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักในปัจจุบันมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากโดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ “ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย” หรือ “Global Recession” โดยหลายสำนัก อาทิ องค์การสหประชาชาติ (UN) และ Goldman Sachs มองว่า เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในระยะอันใกล้ ขณะที่บางสำนัก อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ Robert Shiller นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล กลับมองว่าภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยค่อนข้างน้อย ทั้งนี้ ความคิดเห็นต่อภาวะ Global Recession ที่แตกต่างกันดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจุบันยังไม่มีนิยามหรือคำจำกัดความของ Global Recession ที่ชัดเจน ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ทำให้มุมมองต่อ Global Recession ของนักเศรษฐศาสตร์แต่ละสำนักแตกต่างกัน โดยหากพิจารณานิยามของ Global Recession ที่มีการพูดถึงกันในปัจจุบัน พบว่ามีอยู่ 3 แนวคิดหลัก ได้แก่

  • เศรษฐกิจเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q-O-Q) หดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน ถูกคิดขึ้นโดย Julius Shiskinนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี 2517 ซึ่งปัจจุบันถือเป็นเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่นิยมใช้แพร่หลายที่สุด และมักเรียกภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามรูปแบบดังกล่าวว่าเป็นการถดถอยทางเทคนิค หรือ “Technical Recession” ซึ่งแม้แนวคิดดังกล่าวจะไม่สามารถชี้ให้เห็นถึงภาวะ Global Recession ได้โดยตรง เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานใดจัดทำตัวเลข GDP โลกรายไตรมาสอย่างเป็นทางการ แต่ก็นิยมประเมิน Global Recession ในเบื้องต้นจาก GDP รายไตรมาสของ 3 ประเทศเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สหรัฐฯ EU และญี่ปุ่นซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันกว่า 50% ของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของทั้ง 3 ประเทศพบว่า ยังไม่มี GDP ของประเทศใดหดตัวในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2562 แต่เริ่มมีทิศทางชะลอลงบ้าง สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัว แต่ยังไม่มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเมื่อพิจารณาตามแนวคิดดังกล่าว
  • ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจสำคัญในมิติต่างๆ หดตัวต่อเนื่องพร้อมกัน ถูกคิดขึ้นโดย National Bureau of Economic Researchของสหรัฐฯ โดยดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจที่จะนำมาใช้พิจารณาภาวะเศรษฐกิจถดถอย ได้แก่ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยอดค้าปลีก และอัตราว่างงาน เป็นต้น ซึ่งหากดัชนีชี้วัดต่างๆ ดังกล่าวหดตัวพร้อมกันเป็นระยะเวลา 2-3 เดือนติดต่อกัน จะถือว่าเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทั้งนี้ หากพิจารณาดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจดังกล่าวของสหรัฐฯ EU และญี่ปุ่น พบว่า ทั้งสหรัฐฯ EU และญี่ปุ่น เริ่มมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย สะท้อนถึงความเสี่ยงที่จะเกิด Global Recession เพิ่มขึ้นเช่นกัน
  • ผลผลิตต่อหัวของประชากรโลกหดตัว (World Per Capita Output) ถูกคิดและนำไปใช้เป็นเครื่องชี้ภาวะ Global Recession โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ทั้งนี้ IMF คาดการณ์ World Per Capita Output ในปี 2562 และ 2563 ว่าจะขยายตัว 2.1% และ 2.4% ตามลำดับ สะท้อนว่า เศรษฐกิจโลกยังไม่มีแนวโน้มจะเข้าสู่ภาวะถดถอยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นิยามภาวะเศรษฐกิจถดถอยของ IMF ดังกล่าวยังไม่เป็นที่นิยมอ้างอิงแพร่หลายนัก เนื่องจากการคำนวณ World Per Capita Outputมีความซับซ้อนและยุ่งยาก

แม้ปัจจุบันยังไม่มีแนวคิดใดที่สามารถชี้ชัดถึงการเกิด Global Recession ได้ แต่ก็นับเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ส่งออกในการนำมาใช้ติดตามภาวะเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าสำคัญ เพื่อที่ผู้ประกอบการจะได้วางแผนและปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

Disclaimer : ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏ เป็นข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และการเผยแพร่ข้อมูลเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจเท่านั้น โดยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีบุคคลนำข้อมูลนี้ไปใช้ไม่ว่าโดยทางใด

ที่มา: ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เดือนตุลาคม 2562


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ