หุ้นของบริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) ร่วงลง 4.7% และหุ้นของบริษัท เอสเค ไฮนิกซ์ (SK hynix) ร่วงลง 3.1% ในช่วงเช้าวันนี้ (29 มิ.ย.) หลังจากสื่อรายงานข่าวว่า ทั้งสองบริษัทคาดว่าจะเปิดเผยแผนการลงทุนที่มีมูลค่ารวมกันกว่าหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) ว่า แผนการลงทุนของซัมซุง และเอสเค ไฮนิกซ์ จะมีการประกาศในระหว่างการแถลงข่าวของรัฐบาลในวันนี้ เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยการประชุมจะมีประธานาธิบดี อี แจมยอง เป็นประธาน
ด้านหนังสือพิมพ์ Korea Economic Daily รายงานว่า ซัมซุง และเอสเค ไฮนิกซ์ จะเปิดเผยแผนการลงทุนครั้งใหญ่ในช่วง 10 ปีข้างหน้าซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 มิ.ย.) หนังสือพิมพ์ Maeil Business Newspaper รายงานว่า ซัมซุง กรุ๊ป จะประกาศโครงการลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6.46 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ รายงานของ Maeil Business Newspaper ยังระบุว่า แผนแม่บทการลงทุนระยะยาว 10 ปีของซัมซุง จะครอบคลุมตั้งแต่โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์, ศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีการบรรจุชิปขั้นสูง, แบตเตอรี่ และจอแสดงผล ซึ่งรวมถึงเม็ดเงินประมาณ 300 ล้านล้านวอนสำหรับโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้, เงินลงทุน 360 ล้านล้านวอนสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในเมืองยงอิน และเงินลงทุนกว่า 350 ล้านล้านวอนสำหรับศูนย์ข้อมูล AI
ปัจจุบัน เอสเค ไฮนิกซ์ เป็นผู้นำในการจัดส่งชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ให้กับอินวิเดีย (Nvidia) ขณะที่ซัมซุงก็กำลังทุ่มเงินลงทุนมูลค่ามหาศาลเพื่อให้ตามทันเทคโนโลยีของเอสเค ไฮนิกซ์ ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่ง
ทั้งนี้ ซัมซุง และเอสเค ไฮนิกซ์ ต่างก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในยุคที่กระแส AI เฟื่องฟู เนื่องจากอุปสงค์ชิป HBM พุ่งขึ้นแซงหน้าหน้าอุปทาน ในขณะที่ผู้ให้บริการระบบคลาวด์และบริษัทเทคโนโลยีต่างเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตนเอง