ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (30 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.08% แตะที่ 101.187
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 162.62 เยน จากระดับ 161.97 เยนในวันจันทร์ (29 มิ.ย.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8083 ฟรังก์ จากระดับ 0.8075 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4204 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4203 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1420 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1425 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3255 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3257 ดอลลาร์
ความพยายามในการยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เผชิญกับความไม่แน่นอนอีกครั้ง หลังจากทางการกาตาร์ยืนยันในอังคารว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของปธน.ทรัมป์ ได้เดินทางถึงกรุงโดฮาแล้ว แต่ทั้งสองจะไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่อิหร่านโดยตรง
มาเจด อัลอันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ กล่าวว่า คณะผู้แทนสหรัฐจะเข้าพบตัวแทนจากประเทศที่เป็นคนกลาง เพื่อหารือความคืบหน้าในการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามร่วมกัน
นอกจากนี้ อัลอันซารียืนยันว่า ทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกอายัดไว้ ยังไม่ได้ถูกโอนไปยังอิหร่านแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้เฟดพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุด เครื่อง FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 67% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 9,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.59 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.30 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.58 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย.
ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 0.6 จุด สู่ระดับ 91.2 ในเดือนมิ.ย. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 94.2 จากระดับ 90.6 ในเดือนพ.ค.
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 114,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนมิ.ย.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช