สำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซียเปิดเผยวันนี้ (1 ก.ค.) ว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีเดือนมิ.ย. เร่งตัวขึ้นเป็น 3.34% สูงสุดในรอบ 3 เดือน เพิ่มขึ้นจาก 3.08% ในเดือนก่อนหน้า โดยตัวเลขนี้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 3.20% และขยับเข้าใกล้เพดานเป้าหมายของธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ที่วางไว้ช่วง 1.5%-3.5%
สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนปรับตัวสูงขึ้น จนทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้น รวมถึงค่าโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นยังส่งผลให้ราคาอาหารบางรายการเพิ่มตาม นอกจากนี้ เงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงยังเป็นปัจจัยผลักดันต้นทุนสินค้าให้สูงขึ้นด้วย
ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ที่ไม่รวมราคาสินค้าควบคุมและราคาอาหารที่ผันผวน อยู่ที่ 2.76% ในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นจาก 2.59% ในเดือนก่อนหน้า และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 2.61%
ทั้งนี้ ในเดือนมิ.ย. BI ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 2 ครั้ง รวมถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยนอกรอบอย่างเหนือความคาดหมาย เพื่อสกัดการร่วงของเงินรูเปียห์และคุมเงินเฟ้อ ทำให้ตั้งแต่กลางเดือนพ.ค. เป็นต้นมา BI ปรับขึ้นดอกเบี้ยรวมแล้ว 1%
ทั้งนี้ เงินรูเปียห์เคยดิ่งลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนมิ.ย. ก่อนจะฟื้นตัวหลัง BI ปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างเหนือความคาดหมาย ประกอบกับบรรยากาศตลาดโลกดีขึ้นจากข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม BI ชี้ว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจเพิ่มสูงขึ้นได้อีกจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันบางประเภท และปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่อาจกระทบการผลิตอาหาร แต่เชื่อว่าเงินเฟ้อจะยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข