นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง มีแผนที่จะจำหน่ายบอนด์ออมพลัส เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความมั่นคงสูง ปลอดภัยของภาครัฐได้ง่ายและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยสามารถออมได้ต่ำเนื่อง สม่ำเสมอ และนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
กระทรวงการคลัง มีแผนที่จะจำหน่ายบอนด์ออมพลัสอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถทยอยลงทุนและออมได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะประกาศเงื่อนไขการจำหน่าย และอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป นายเอกนิติ กล่าว
ด้าน นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง มีแผนจะเปิดจำหน่ายบอนด์ออมพลัสในวันที่ 31 ก.ค.นี้ วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท 2 รุ่นอายุ ได้แก่ 3 ปี และ 10 ปี โดยผู้ลงทุนสามารถซื้อได้ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่
1.วอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ซึ่งเป็นช่องทางเดิมที่ประชาชนคุ้นเคย วงเงิน 2,000 ล้านบาท จัดสรรแบบ First-come, First-served และซื้อขั้นต่ำเพียง 100 บาท และสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถกดได้ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อครั้ง
2.ผ่านช่องทาง Bond Connect Platform ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่พัฒนาร่วมกันกับ สบน. บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด (Settrade), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) โดยสามารถจองซื้อผ่านช่องทางของธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และผ่านแอปพลิเคชัน Streaming วงเงิน 2,000 ล้านบาท และเป็นการจัดสรรแบบ Small Lot First และจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท ซึ่งเพียงมีบัญชีหุ้นไทย ก็สามารถจองซื้อบอนด์ออมพลัสได้ทันที
ทั้งนี้ จะมีการประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการจำหน่ายบอนด์ออมพลัส ทั้งกระบวนการ วิธีการ และขั้นตอนการจำหน่าย และอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในวันที่ 16 ก.ค.69 โดยอัตราดอกเบี้ยจะเป็นแรงจูงใจสำคัญ จากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล อายุ 3 ปี อยู่ที่ 1.24% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อยู่ที่ 1.97% ต่อปี
แผนการจำหน่ายบอนด์ออมพลัส ระยะแระ คือ จะออกจำหน่ายทุกเดือน ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569 (ส.ค.-ก.ย. 69) รวมทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการกู้ชดเชยขาดดุล โดยจะเริ่มจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 31 ก.ค.69 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ผ่านวอลเล็ต สบม. วงเงิน 2,000 บาท และผ่านช่องทาง Bond Connect Platform อีก 2,000 ล้านบาท โดยในช่องทางนี้จะเริ่มรับออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 3-5 ส.ค.69 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. และจัดสรรวงเงินในวันที่ 6 ส.ค.ต่อไป โดยหลังจากนั้น จะมีการพิจารณากระแสตอบรับจาประชาชน หากเป็นไปในทิศทางที่ดีก็จะพิจารณาจำหน่ายบอนด์ออมพลัสต่อเนื่องในระยะถัดไป นางจินดารัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าแนวทางการพิจารณาออกจำหน่ายบอนด์ออมพลัสนั้น รัฐบาลจะพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบกับหุ้นกู้ของภาคเอกชนในตลาด ขณะเดียวกัน ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าหากเปิดจำหน่ายบอนด์ออมพลัสแล้ว ประชาชนให้การตอบรับน้อย จัดสรรได้น้อย หรือจำหน่ายไม่ครบ ก็อาจจะต้องมาพิจารณาอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งก็ต้องมาดูด้วยว่าหากกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงมากเกินไป ก็จะกลายเป็นภาระงบประมาณ และจะกระทบกับบริษัทที่ออกหุ้นกู้ด้วย ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่จะต้องพิจารณาหากมีการดำเนินการในระยะต่อไป
สำหรับบอนด์ออมพลัส เป็นการดำเนินการภายใต้แนวคิดให้ประชาชนมีการออมเพิ่มมากขึ้น ผ่านรูปแบบ 4 พลัส ได้แก่ 1. จำหน่ายทุกเดือนพลัส 2. พลัสในเรื่องผลตอบแทนด้วยอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจ 3. พลัสเรื่องตลาดรอง ที่นำมาเป็นกลไกรองรับการซื้อขายอย่างโปร่งใส และ 4. พลัสในเรื่องช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งผ่านวอลเล็ต สบน. ในแอปพลิเคชัน เป๋าตัง และผ่านแอปพลิเคชัน Streaming อย่าง Bond Connect Platform
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์