ครม.เห็นชอบร่าง MOU สภาพัฒน์-OECD ตั้งบอร์ดขับเคลื่อนไทยเข้าเป็นสมาชิกภายในปี 71

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday July 7, 2026 15:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขระเบียบปฏิบัติราชการ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ตามที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อเดือนเม.ย.69 โดยมุ่งให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งผลักดันให้ประเทศไทย เข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา OECD ภายในปี 2571 ซึ่งคนไทยทั้งประเทศจะได้รับประโยชน์ กล่าวคือ ยกระดับมาตรฐานการบริหารภาครัฐ ปรับปรุงกฎหมายให้เป็นสากล ทันสมัย เสริมสร้างความน่าเชื่อถือของประเทศ และเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากทั่วโลก

โดยนายกรัฐมนตรี เห็นว่า การเข้าเป็นสมาชิก OECD ไม่ได้เป็นเพียงการยกระดับสถานะของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริหารภาครัฐ ปรับปรุงกฎหมายให้เป็นสากล ทันสมัย เสริมสร้างความน่าเชื่อถือของประเทศ และเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากทั่วโลก

ดังนั้น จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนอย่างเต็มที่ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบการจัดทำร่างข้อตกลงระหว่างสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กับ OECD ตามที่สภาพัฒน์เสนอ โดย OECD จะสนับสนุนองค์ความรู้ เครื่องมือวิเคราะห์ และการจัดกิจกรรมสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14

สำหรับขอบเขตความร่วมมือภายใต้ร่างข้อตกลงฯ จะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

  • ระยะที่ 1 OECD สนับสนุนกระบวนการคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Foresight) เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม ความไม่แน่นอน และผลกระทบต่อทิศทางการพัฒนาประเทศ
  • ระยะที่ 2 OECD ร่วมออกแบบนวัตกรรมและกลไกการขับเคลื่อนแผน โดยประยุกต์ใช้แนวทางปฏิบัติที่ดีของประเทศสมาชิกในการออกแบบแนวทาง

โฆษกรัฐบาล กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ครม. ยังเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย พ.ศ. . ซึ่งมีองค์ประกอบทั้งสิ้น 17 คน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็น ประธานกรรมการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นองค์รวม รวมถึงเร่งการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ภายในปี 2571 ผ่านกลไกที่เป็นรูปธรรมและชอบด้วยกฎหมาย

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ