สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่าตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเชิงลึกในข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยที่ผ่านมาได้สอบทานกับผู้รายงาน ซึ่งได้รับการยืนยันจากผู้รายงานว่าได้รายงานข้อมูลเข้ามาในระบบรายงาน 246-2
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบข้อสงสัยถึงความไม่สอดคล้องของข้อมูลที่รายงานหลายประการ จากข้อมูลการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ จำนวน 7 รายงาน รวม 6 หลักทรัพย์ ที่เข้ามาในระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นการได้มาที่ต่างเวลากันตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา (และเพิ่งมีการรายงานใน 2 วันข้างต้น)
ทั้งนี้ การรายงานการได้หุ้นด้วยตนเองในอดีต และไม่ปรากฏรายงานการขายหุ้นออกไป ซึ่งจากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ใน 5 หลักทรัพย์ ไม่พบชื่อผู้รายงานในวันปิดสมุดทะเบียนในช่วงภายหลังของการได้หุ้น (อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 1 หลักทรัพย์) รวมถึงการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์บางประเภทที่ผู้ออกหลักทรัพย์ไม่เคยออกหลักทรัพย์ดังกล่าว อีกทั้งบางหลักทรัพย์อาจมีสัดส่วนไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผย
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ผู้รายงานรายดังกล่าวมีการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 โดยที่ไม่ได้เป็นกรรมการ หรือผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีหน้าที่รายงานตามมาตราดังกล่าว ก.ล.ต. จึงได้นำข้อมูลการรายงานนั้นออกจากระบบ พร้อมเปลี่ยนสถานะของเครื่องหมายและเพิ่มข้อความเพื่อเตือนผู้ลงทุนว่าข้อมูลรายงานแบบ 246-2 ดังกล่าว อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อความชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนในการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจด้วย
ก.ล.ต.ระบุอีกว่า ในกรณีที่พบว่ามีการรายงานข้อมูลไม่ถูกต้องหรือเป็นเท็จ ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ต่อไป โดยหากเป็นผู้ที่ไม่มีหน้าที่รายงานแต่มีเจตนารายงานเข้ามาด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่ก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญ หรือปกปิดข้อความจริง จะมีความผิดตามมาตรา 302/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท
รวมถึงหากพบความผิดตามกฎหมายอื่น เช่น การกระทำความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ก.ล.ต. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป
สำหรับระบบการรายงาน 246-2 เป็นแนวทางการเปิดเผยข้อมูลที่สอดคล้องกับสากล เป็นวิธีการที่ให้ผู้มีหน้าที่รายงานข้อมูลและรับรองความถูกต้องด้วยตนเอง (Self-declared reporting) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเผยให้ผู้ลงทุนได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอำนาจการควบคุมหรืออำนาจที่อาจเกิดขึ้นจากการถือครองหลักทรัพย์แปลงสภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม เมื่อพบข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่ถูกต้องของข้อมูลที่รายงาน ก.ล.ต. จะมีกระบวนการตรวจสอบและแจ้งเตือนรวมถึงเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องต่อไปรือปกปิดข้อความจริง จะมีความผิดตามมาตรา 302/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท
รวมถึงหากพบความผิดตามกฎหมายอื่น เช่น การกระทำความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ก.ล.ต. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป
ในส่วนของระบบการรายงาน 246-2 เป็นแนวทางการเปิดเผยข้อมูลที่สอดคล้องกับสากล โดยเป็นวิธีการที่ให้ผู้มีหน้าที่รายงานข้อมูลและรับรองความถูกต้องด้วยตนเอง (Self-declared reporting) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเผยให้ผู้ลงทุนได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอำนาจการควบคุมหรืออำนาจที่อาจเกิดขึ้นจากการถือครองหลักทรัพย์แปลงสภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม เมื่อพบข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่ถูกต้องของข้อมูลที่รายงาน ก.ล.ต. จะมีกระบวนการตรวจสอบและแจ้งเตือนรวมถึงเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป