ป.ป.ช. ชี้มูล รจนา กัลป์ตินันท์ พร้อมพวก ฮั้วประมูลสร้างถนน 26 โครงการ เอื้อบริษัทเครือญาติ เตรียมยื่นศาลฎีกาฯ

ข่าวการเมือง Thursday July 9, 2026 15:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พร้อมผู้เกี่ยวข้อง กรณีแบ่งโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจร วงเงินรวม 43.22 ล้านบาท ออกเป็นโครงการย่อยละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคา และเปิดทางให้ใช้วิธีสอบราคาแทน

โดยผลการไต่สวนพบว่า ช่วงเดือนธ.ค.48 ม.ค.49 มีการออกแบบโครงการก่อสร้างถนนโดยแบ่งเป็นช่วงย่อย พร้อมกำหนดวงเงินแต่ละโครงการไม่เกิน 2 ล้านบาท ก่อนเสนอของบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวม 26 โครงการ วงเงินกว่า 43.22 ล้านบาท

จากนั้น นางรจนาได้ลงนามเสนอของบประมาณแยกเป็น 2 ครั้ง รวม 26 โครงการ โดยมีการแยกโครงการที่เป็นถนนสายเดียวกันออกจากกัน เพื่อไม่ให้ถูกพิจารณาเป็นโครงการเดียว

คณะกรรมการ ป.ป.ช.ระบุว่า พยานหลักฐานชี้ว่า นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง สส.อุบลราชธานี และเป็นสามีของนางรจนา เป็นผู้สั่งการให้เจ้าหน้าที่และที่ปรึกษานายกเทศมนตรี ดำเนินการแบ่งโครงการ รวมถึงประสานการของบประมาณ และเข้ามาแทรกแซงการทำงานของเทศบาลอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสั่งการให้เตรียมเอกสารจัดซื้อจัดจ้างล่วงหน้า เพื่อให้เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว สามารถอนุมัติจัดจ้างด้วยวิธีสอบราคาได้ทันที

โดยผลการไต่สวน ยังพบว่า นายเกรียง และ นายกานต์ กัลป์ตินันท์ ต้องการให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่เครือญาติเป็นเจ้าของ รวมถึงบริษัทของกลุ่มพวกพ้อง ได้รับงานก่อสร้างจากเทศบาล โดยระหว่างดำเนินโครงการ ผู้อำนวยการสำนักการช่าง ปลัดเทศบาล และผู้อำนวยการสำนักการคลัง ได้ทักท้วงว่า ถนนหลายสายเป็นงานต่อเนื่องกัน หากรวมวงเงินแล้วเกิน 2 ล้านบาท จำเป็นต้องใช้วิธีประกวดราคา ไม่สามารถแบ่งเป็นโครงการย่อยเพื่อสอบราคาได้ เพราะเข้าข่ายแบ่งซื้อแบ่งจ้างผิดระเบียบ

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ระบุว่า นายเกรียง ยังยืนยันให้ดำเนินการสอบราคาต่อ ก่อนจะยอมเปลี่ยนให้ 11 โครงการ ใช้วิธีประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ส่วนอีก 13 โครงการ ยังคงใช้วิธีสอบราคา

*ล็อกผู้รับเหมา-จัดทำใบเสนอราคาล่วงหน้า

นอกจากนี้ การไต่สวนพบว่า ในขั้นตอนสอบราคา มีการคัดเลือกผู้รับเหมาที่จะเข้าร่วมเสนอราคาเพียงบางราย ซึ่งล้วนมีความเชื่อมโยงกับนายเกรียง นางรจนา และเครือญาติ รวมถึงมีการกำหนดล่วงหน้าว่าโครงการใดจะให้ผู้รับเหมารายใดเป็นผู้ชนะ มีการจัดทำใบเสนอราคา และกำหนดราคาที่จะเสนอไว้ก่อน พร้อมจัดผู้เสนอราคาเทียบ เพื่อให้ผลการสอบราคาเป็นไปตามที่วางแผนไว้ ซึ่งภายหลังมีการเบิกจ่ายเงินค่าจ้างในหลายโครงการ พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกลับไปยังบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับนายเกรียง นางรจนา นายกานต์ และเครือญาติ

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ และนายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร อดีตรองนายกเทศมนตรี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.เทศบาล

ส่วนนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ถูกชี้มูลฐานเป็นผู้สนับสนุน และผู้ใช้ให้เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด ทั้งในช่วงดำรงตำแหน่ง สส. และภายหลังพ้นจากตำแหน่ง ขณะที่นายกานต์ กัลป์ตินันท์ น.ส.รัตติกา กัลป์ตินันท์ นายวีระ วสุธาดา ผู้บริหารห้างหุ้นส่วนจำกัดหลายแห่ง และผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย ถูกชี้มูลในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำความผิด

สำหรับเจ้าหน้าที่เทศบาลบางราย ป.ป.ช.เห็นว่า มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ส่วนห้างหุ้นส่วนบางแห่งที่เลิกกิจการ หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหารายอื่น ซึ่งพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ให้ข้อกล่าวหาตกไป

ทั้งนี้ ป.ป.ช.มีมติส่งรายงานการไต่สวน สำนวน และพยานหลักฐานทั้งหมดให้อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมส่งผลการวินิจฉัยไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการทางวินัย และแจ้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ