ภาวะตลาดหุ้นไทย:แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งตัวรับโมเมมตัมหุ้นเทคฯสหรัฐฟื้น น้ำมันร่วงหลังคลายกังวลสถานการณ์ตอ.กลาง

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday July 10, 2026 08:51 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นักวิเคราะห์ฯ มองหุ้นไทยเช้านี้แกว่งทรงตัว อานิสงส์หุ้นเทคฯ สหรัฐฟื้นต่อเนื่อง ประกอบกับความกังวลตะวันออกกลางคลายตัวยังคาดหวังเจรจายังเดินหน้าสะท้อนน้ำมันดิบร่วง ขณะที่ปัจจัยในประเทศรับจิตวิทยาเชิงบวกศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียว พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้าซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 6 แต่ยังต้องรอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐสัปดาห์หน้า ประเมินกรอบแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,620 จุด

นายวิจิตรอารยะพิศิษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] เช้านี้คาดเคลื่อนไหวทรงตัวในกรอบ โดยบรรยากาศการลงทุนต่างประเทศ หุ้นกลุ่มเทคโนโลนีฟื้นตัวต่อเนื่องวันที่ 2 เป็นสัญญาณเชิงบวก ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางล่าสุดสัญญาณการเจรจายังดำเนินต่อเชิงเทคนิค แม้ยังมีการโจมตีระหว่างสหรัฐและอิหร่าน แต่ราคาน้ำมันเมื่อวานนี้ปิดลบ 2.2% สะท้อนว่าตลาดไม่ได้กังวลมากกับประเด็นดังกล่าวและผ่อนคลายระยะสั้น

สำหรับปัจจัยในประเทศ เมื่อวานมี Sentiment บวก ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรธน. ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะเข้ามาช่วยการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ในปีนี้คาดว่าจะมีการใส่เม็ดเงินเข้าสู่ระบบก่อนราว 2 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งแม้ว่าอาจจะยังเข้ามาไม่เต็มที่ในปีนี้ แต่เชื่อว่าจะเข้าไปหนุนเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจนในปีหน้า ปัจจัยบวกดังกล่าวส่งผลให้โมเมนตัมของกระแส Fund Flow ยังคงไหลเข้า โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 6 แล้ว เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยประคองดัชนีหุ้นไทยให้ยืนเหนือระดับ 1,600 จุดได้

สำหรับปัจจัยในประเทศระยะถัดไปที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ การทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน เนื่องจากปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลรายงานงบการเงิน (Earnings Season) โดยนักวิเคราะห์เริ่มทยอยออกบทวิเคราะห์คาดการณ์ งบการเงินของบริษัทต่าง ๆ สัญญาณของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นอาจจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของหุ้นรายตัวเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในต่างประเทศที่สำคัญในสัปดาห์หน้า แนะติดตามการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยในวันอังคาร (14 ก.ค.) จะมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย.และวันพุธ (15 ก.ค.) จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย.ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่จะส่งผลต่อการกำหนดนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในระยะต่อไป

ประเมินกรอบแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,620 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (9 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,487.41 จุด เพิ่มขึ้น 139.02 จุด หรือ +0.27% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,543.64 จุด เพิ่มขึ้น 60.93 จุด หรือ +0.81% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,206.89 จุด เพิ่มขึ้น 336.24 จุด หรือ +1.30%

ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 68,526.72 จุด เพิ่มขึ้น 782.87 จุด หรือ +1.16% , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,213.44 จุด เพิ่มขึ้น 183.26 จุด หรือ +0.76% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 2.87%

ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (9 ก.ค. ) 1,608.30 จุด เพิ่มขึ้น 32.05 จุด (+2.03%) มูลค่าซื้อขาย 79,975.90 ล้านบาท

นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (9 ก.ค.) 8,685.57 ล้านบาท

ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. (9 ก.ค.) ลดลง 1.44 ดอลลาร์ หรือ 1.96% ปิดที่ 72.08 ดอลลาร์/บาร์เรล

ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (9 ก.ค.) อยู่ที่ 21.11 ดอลลาร์/บาร์เรล

เงินบาทเปิด 33.38 แนวโน้มอ่อนค่า คาดกรอบวันนี้ 33.25-33.50

ศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ผ่านฉลุยดันหุ้นโรงไฟฟ้า-พลังงานสะอาดคึกคัก! เม็ดเงินเปลี่ยนผ่านพลังงานไหลเข้าระบบ 2 แสนล้านบาท เดินหน้าปฏิวัติโครงสร้างพลังงานไทยเต็มสูบ

เอเชีย เอรา วัน ยื่นขอปิดฉากรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินร่อนหนังสือถึงมือ รฟท.แล้ว หลังติดล็อก BOI-NTP เดินหน้าต่อไม่ได้ ด้าน EEC นัดถกด่วน 15 ก.ค. ชี้ชะตา แก้สัญญา หรือเข้าสู่กระบวนการยุติโครงการ มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท ก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ภายในเดือนสิงหาคมนี้

ก.ล.ต. รับติดต่อ สุภาพร พิมพงษ์ ได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิด รายละเอียดได้ พร้อมแจงปมรายงาน 246-2 พบ ผิดปกติทุกรายการ เร่งถอดรายงานได้มา 6 หุ้น ออกจากระบบ จ่อดำเนินคดีตามกฎหมายหลักทรัพย์ฯ กรณีการนำส่งข้อมูลที่เป็นเท็จ เล็งเอาผิดมาตรา 32/1 และขยายผล ส่งต่อพนักงานสอบสวนต่อไป บล.เอเซีย พลัส หนุนใช้ระบบปิดสมุดทะเบียนอัตโนมัติ แก้ปมรายงานหุ้นล่าช้า

ศุภจี กางยุทธศาสตร์แก้โจทย์หิน ทุนจีนทะลัก เสนอโมเดล Co-Creation ดึงจีนลงทุน ซัปพลายเชนไทย ชูเงื่อนไขถ่ายทอดเทคโนโลยี ไทยถือหุ้นใหญ่ แก้ปัญหาสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้าลดขาดดุลการค้าเรื้อรัง

ฟอร์บส์ สื่อชั้นนำของสหรัฐฯประกาศผลจัดอันดับ 50 มาหเศรษฐีไทย ประจำปี 2569 เจ้าพ่อกระทิงแดง และ Red Bull เฉลิม อยู่วิทยาและครอบครัว ครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของไทยเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยทรัพย์สินมูลค่ากว่า 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.54 ล้านล้านบาท อันดับ 2 เป็นพี่น้องเจียรวนนท์ แห่งซีพี ส่วนสารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าพ่อธุรกิจพลังงานและโทรคมนาคมอยู่อันดับ 3 ขณะที่ทักษิณ ชินวัตร ติดอันดับที่ 14 โดยพบว่าใน 50 อันดับมี 33 ราย มั่งคั่งเพิ่มขึ้นมีมูลค่าทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้น 10% แตะ 1.87 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

บอร์ดบีโอไอได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เพื่อลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ สำหรับผลิตกาแฟทุกประเภททั้งกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผสม 3 in 1 และกาแฟกระป๋องภายใต้แบรนด์เนสกาแฟ (NESCAFE) กำลังผลิตรวม 170,000 ตัน ต่อปีรองรับการเติบโตของตลาดทั้งในประเทศและภูมิภาค อีกทั้งจะสร้างศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ในพื้นที่โรงงาน มูลค่าลงทุนรวม 23,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอารยะ สมุทรปราการ โดยจะเริ่มผลิตปลายปี 2571 สร้างงานให้คนไทย 520 ตำแหน่ง และใช้วัตถุดิบจากในไทยทั้งเมล็ดกาแฟ น้ำตาลและน้ำนมดิบรวม 4,300 ล้านบาทต่อปี

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน จากที่ช่วงนั้นบรรลุข้อตกลงและลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) หยุดยิงชั่วคราว ส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกและในไทยเริ่มลดลง ประกอบกับรัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นเดือนแรก ส่งผลทางจิตวิทยาเชิงบวกและเพิ่มกำลังซื้อประชาชน ส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน

*หุ้นเด่นวันนี้

SCC (ฟินันเซีย ไซรัส) ซื้อ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 275 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 9.3 พันลบ. (+49% q-q, -47% y-y) เติบโตแข็งแกร่งจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสูงขึ้นเต็มไตรมาส รวมถึงผลประกอบการที่คาดเติบโตสูงของ SCGP ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีแม้จะชะลอลงบ้างในไตรมาส 3/69 แต่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าก่อนสงครามและยังเป็นปัจจัยหนุนการทำกำไร เราปรับเพิ่มประมาณการกำไร 2569 ขึ้นเป็น 2.35 หมื่นลบ.

PRM (คิงส์ฟอร์ด) ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.40 บาท แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 เติบโต QoQ, YoY หนุนจาก U-rate ที่ฟื้นตัวของธุรกิจเรือ FSU ตามความต้องการใช้กักเก็บน้ำมัน ประกอบกับกำลังการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนเรือที่มีมากกว่าปีก่อน โดยในปี 69 คาดมีเรือใหม่เพิ่ม 2 ลำเป็น 72 ลำ ทั้งนี้ในปี 69-70 ตลาดคาดการณ์กำไรที่ 2.3 พันล้านบาท (+5%YoY) และ 2.45 พันล้านบาท (+7%YoY) หนุนจากการการขยายและปรับปรุงกองเรือ รวมถึงจำนวนวันที่เข้าอู่ซ่อมบำรุงน้อยลง valuation ไม่แพง Forward PER 69F 9.4x, Dividend Yield 6%

AEONTS (กสิกรไทย) ซื้อ ราคาพื้นฐาน 120.00 บาท แนวโน้มกำไรชัดเจนขึ้นจากการตั้งสำรองเชิงรุก โดย AEONTS ตั้ง management overlay เพิ่ม 230 ลบ. รองรับความเสี่ยงตะวันออกกลาง และคาดว่า credit cost จะทรงตัวในช่วงไตรมาส 2-3 งวดปี 70 ต้นทุนเงินทุนลดลงช่วยหนุน NIM ฟื้นตัว หลังรีไฟแนนซ์หนี้ 2.3 หมื่นลบ. ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง คาด NIM ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ก่อนทยอยฟื้นในงวดครึ่งปีหลัง

โดย วรินทร ศิรินอก/เสาวลักษณ์ อวยพร

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ