นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.38 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากปิดวันก่อนที่ระดับ 33.43 บาท/ดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Down หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างที่ตลาดได้กังวลก่อนหน้า อีกทั้งตลาดยังคงมีความคาดหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอีกครั้ง
วันนี้ ตลาดจะรอติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อฝั่งยุโรป เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของยูโรโซน และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมทั้งรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า ตามโมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ที่ยังมีอยู่ จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ซึ่งอาจต้องอาศัยทั้งรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับเงินเฟ้อ และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ควรมีทิศทางดีขึ้น
นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 161.86 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 162.41/43 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1440 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1429/1430 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.465 บาท/ดอลลาร์
- ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.)
- นักลงทุนรอดูถ้อยแถลงของ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยวอร์ช มีกำหนดจะแถลงการณ์รอบครึ่งปี ว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจ ต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 14 ก.ค. และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพุธที่ 15 ก.ค.
- สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 58.40 ดอลลาร์ หรือ 1.43% ปิดที่ 4,140.80 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดบวกในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) ได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไร หลังจากราคาร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์
- เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 62% ในการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
- นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยมีรายงานว่ากองทัพอิหร่าน ได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากที่สหรัฐฯ โจมตีจังหวัดชายฝั่งทางตอนใต้และจังหวัดทางตะวันออกของอิหร่าน ซึ่งทำให้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่าง 2 ประเทศ มีความเปราะบางมากยิ่งขึ้น
- กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 215,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะเดียวกัน จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น 8,000 ราย สู่ระดับ 1.81 ล้านราย
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์