SIRI ผนึก KBANK ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจร ปักหมุด รายแรก คว้า Green Loan-ออก Green Bond ผลักดันสินเชื่อบ้านสีเขียว

ข่าวเศรษฐกิจ Monday July 13, 2026 11:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ [SIRI] กล่าวว่า แสนสิริตระหนักดีว่าความยั่งยืนระยะยาวไม่สามารถเติบโตได้เพียงลำพัง บริษัทเป็น Fast Mover และ Connector ในการเชื่อมโยง Green Ecosystem ทั้งระบบ ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้คือข้อพิสูจน์ว่า ขีดความสามารถทางการแข่งขันสีเขียวของเราจับต้องได้จริงในระดับสากล แสนสิริไม่ได้เริ่มทำเรื่องนี้ตอนที่เกณฑ์ประกาศใช้ แต่เราฝังเรื่องความยั่งยืนลงไปในกระบวนการคิดและการออกแบบ (Sansiri Sustainable Design) มาตลอด โดยมีเกณฑ์ Thailand Taxonomy เข้ามาช่วยทำหน้าที่เป็น ตัวเร่ง และ ตัวรับรอง จนทำให้บริษัทเป็นอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ได้รับ Green Loan และเป็นรายแรกในกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ออก Green Bond (หุ้นกู้สีเขียว) โดยผ่านการตรวจรับรองจากผู้ประเมินระดับสากลอย่าง Bureau Veritas เพื่อนำทุนไปพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำโดยเฉพาะ

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย [KBANK] กล่าวว่า ในโลกที่เปลี่ยนกติกาใหม่ การทำเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่แค่แต้มต่อ แต่คือใบอนุญาตในการทำธุรกิจ ภาคการเงินเปรียบเสมือนเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งให้ธุรกิจเปลี่ยนผ่านได้เร็วขึ้น ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นนำพาลูกค้าและพันธมิตรเชื่อมโยงไปสู่ เงินทุน เครื่องมือ ความรู้ และโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครบวงจร การจับมือกับแสนสิริในฐานะผู้นำห่วงโซ่อุปทานอสังหาฯ จะเป็นโมเดลต้นแบบที่สะท้อนการนำเกณฑ์ Thailand Taxonomy มาใช้เป็นเครื่องมือประเมินโครงการจริง ช่วยให้องค์กรที่ปรับตัวก่อนได้เปรียบในการเข้าถึงเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำกว่า (Green Financing) และผลักดันให้ทั้งภาคธุรกิจขนาดใหญ่ตลอดจน ธุรกิจ SME ในห่วงโซ่อุปทาน ก้าวข้ามความท้าทายและเติบโตไปด้วยกันเพื่อมุ่งสู่ Net Zero อย่างยั่งยืน

การผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อน อสังหาริมทรัพย์สีเขียวครบวงจร 3 มิติ ระหว่างแสนสิริและธนาคารกสิกรไทย ประกอบด้วยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ดังนี้:

  1. Green Bond ตลาดทุนสีเขียวครั้งแรกของที่อยู่อาศัยไทย: แสนสิริเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายแรกที่ออก Green Bond โดยมีกสิกรไทยเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยที่ออกแบบตามมาตรฐานสากลเพื่อความยั่งยืน นำเงินระดมทุนไปพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำ โครงการแรกบนทำเลสารสิน เชื่อมโยงตลาดทุนเข้ากับการพัฒนาโครงการที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ
  2. Green Project Loan ยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว: กสิกรไทยอนุมัติสินเชื่อพัฒนาโครงการสีเขียวมูลค่า 4,000 ล้านบาท ให้แก่แสนสิริ สำหรับ 3 โครงการคอนโดมิเนียมต้นแบบ ซึ่งผ่านเกณฑ์ Thailand Taxonomy ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ที่เข้มงวด โดยวัดจากค่าความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอาคาร (Carbon Emission Intensity) ที่ได้รับการรับรองจาก Bureau Veritas ซึ่งสามารถการันตีให้ผู้บริโภคได้ว่า คอนโดของแสนสิริช่วยประหยัดพลังงานได้จริง 25 35% เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมนามธรรมให้เป็นการลดค่าใช้จ่ายในกระเป๋าได้จริง พร้อมเตรียมขยายความร่วมมือกรีนไฟแนนซ์ไปยังโครงการใหม่เพิ่มอีกกว่า 2,000 ล้านบาท
  3. Green Retail Loan อัดฉีดสิทธิประโยชน์ สินเชื่อบ้านสีเขียว สู่ผู้บริโภค: ส่งต่อประโยชน์ความยั่งยืนจากระดับโครงการ (สินเชื่อพัฒนาโครงการสีเขียว) สู่มือผู้บริโภคอย่างครบวงจร โดยธนาคารกสิกรไทยมอบข้อเสนอสุดพิเศษ อัตราดอกเบี้ยพิเศษต่ำสุดปีแรกเพียง 1.50%* และโปรโมชัน ฟรีค่าจดจำนองมูลค่าสูงสุดถึง 200,000 บาท** ครอบคลุมโครงการที่อยู่อาศัยสีเขียวของแสนสิริกว่า 100 โครงการทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการลดคาร์บอนผ่านการเลือกที่อยู่อาศัยที่ประหยัดพลังงาน (สมัครและยื่นขอสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 69 30 ก.ย. 69 และจดจำนองภายใน 31 ต.ค. 69)

สำหรับแสนสิริ มาตรฐาน Thailand Taxonomyไม่ใช่เรื่องของ Compliance หรือทำแค่ พอผ่าน ตามเช็กลิสต์ แต่เราใช้กลยุทธ์หลักในเรื่องความยั่งยืน 3 Green Framework (Green Procurement, Green Construction, Green Architecture & Design) ร่วมกับคู่ค้าและซัพพลายเออร์กว่า 4,000 ราย เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในแง่การล็อกต้นทุนทางการเงินก่อนใคร และการตอบสนองเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ (Gen Y และ Gen Z) ที่มองหาบ้านที่ยั่งยืนและคุ้มค่า งานนี้จึงเป็น Multiplier Effect ที่ช่วยขับเคลื่อนให้พันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net-Zero ไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบและยั่งยืน นายอุทัย กล่าว

ความร่วมมือระหว่างแสนสิริและธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่สากล แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การลงมือทำจริง สามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ