KTAMจ่ายปันผลกองKTSFและ3กองทุนThaiESGกว่า118ลบ. หลังตลาดหุ้นไทยครึ่งแรกฟื้นแกร่ง

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday July 20, 2026 12:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ. กรุงไทย (KTAM)เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี2569ตลาดหุ้นไทยมีทิศทางการฟื้นตัวที่โดดเด่น มาจากแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ที่ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล กลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ได้แรงหนุนจากการเร่งลงทุนภาคเอกชน และกลุ่มปิโตรเคมีที่ได้รับประโยชน์จากภาวะอุปทานตึงตัวจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

โดยปัจจัยบวกเหล่านี้ ยังคงส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยKTAMได้ประเมินเป้าหมายดัชนีSET Indexณ สิ้นปี2569อยู่ที่ระดับ1,600จุด และระดับที่1,650จุดในปี2570ภายใต้แรงสนับสนุนจากการบริโภคในประเทศ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การลงทุนจากต่างประเทศ และระดับมูลค่าหุ้นไทยที่ยังอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลายประเทศ

ภายใต้บรรยากาศการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้นนี้ ทางKTAMจึงประกาศจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนหุ้นไทย และกองทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG)เป็นจำนวนเงินรวมกว่า118ล้านบาท โดยทั้ง4กองทุน ประกอบด้วย

กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นทุนปันผล (KTSF) (ความเสี่ยงระดับ6)เน้นลงทุนในหุ้นไทยโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ80ของNAVในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง และให้ผลตอบแทนที่ดี โดยกองทุนกำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา0.30บาทต่อหน่วย สำหรับรอบระยะเวลา1ก.ค.2568 30มิ.ย.2569สิ้นสุดวันที่31พ.ค.2569โดยจ่ายแล้วเมื่อวันที่16ก.ค.2569ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าสถานการณ์ในตลาดหุ้นไทยช่วงที่ผ่านมา จะเผชิญกับปัจจัยลบต่างๆ ที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย แต่กองทุนKTSFยังคงสามารถจ่ายปันผลได้อย่างต่อเนื่อง โดยย้อนหลัง5ปีที่ผ่านมา (ยกเว้นปี2566)ตั้งแต่ปี2563,ปี2564,ปี2565,ปี2567และปี2568ได้จ่ายปันผลต่อหน่วยเป็นจำนวน0.30บาท, 0.20บาท, 0.25บาท, 0.25บาท และ0.14บาท ตามลำดับ

ขณะเดียวกัน ยังได้ประกาศจ่ายปันผลสำหรับกองทุนรวมชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG)สำหรับรอบระยะเวลา1ธ.ค.2568 30พ.ย.2569สิ้นสุดวันที่31พ.ค.2569จำนวน3กองทุน พร้อมกันในวันที่20ก.ค.2569ได้แก่

กองทุนเปิดกรุงไทยESG A Grade 70/30 (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTAG70/30-ThaiESG) (ความเสี่ยงระดับ5)เน้นลงทุนในหุ้นที่มีSET ESG RatingsระดับAขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า70%และตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน30%ของNAVโดยกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่1ในอัตรา0.25บาทต่อหน่วย

กองทุนเปิดกรุงไทยESG50 (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTESG50-ThaiESG) (ความเสี่ยงระดับ6)เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ประมาณ50ตัวแรกที่อยู่ในดัชนีSET ESG Indexและอยู่ในUniverseของKTAMซึ่งผ่านการวิเคราะห์ด้านESGของKTAMควบคู่กัน เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า80%ของNAVโดยกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่1ในอัตรา0.30บาทต่อหน่วย

กองทุนเปิดกรุงไทยESG A Grade (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTAG-ThaiESG) (ความเสี่ยงระดับ6)เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ที่มีSET ESG RatingsระดับAขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า80%ของNAVโดยกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่1ในอัตรา0.30บาทต่อหน่วย

แม้ว่าดัชนีSETESGจะให้ผลตอบแทนในช่วงครึ่งแรกของปี2569ที่18.32%ซึ่งต่ำกว่าดัชนีSET TRIแต่เรามองว่าESGไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดในช่วงเวลาสั้น ๆ หากแต่เป็นแนวทางการลงทุนระยะยาวที่ใช้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง ผ่านกระบวนการคัดเลือกบริษัทที่มีคุณภาพ มีธรรมาภิบาลที่ดี กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้นส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างหุ้นESGและตลาดโดยรวมในช่วงครึ่งปีแรก จึงสะท้อนเพียงลักษณะเฉพาะของวัฏจักรตลาดที่ได้รับแรงหนุนจากหุ้นบางกลุ่ม

ขณะที่หุ้นESGยังคงมีจุดเด่นด้านความมั่นคงของผลประกอบการ ความสามารถในการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และการช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว ดังนั้น กองทุนThaiESGซึ่งนอกจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว ยังคงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงในทุกสภาวะตลาดด้วย นางชวินดา กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ