ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.63 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าเปิดตลาดที่ระดับ 33.68 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 33.61-33.68 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทอ่อนค่าต่ำสุดในรอบเกือบ 15 เดือน ซึ่งหลัก ๆ แล้วเป็นผลมาจากปัจจัยของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน รอบใหม่ที่กลับมาปะทุอีกครั้ง
มีข่าวว่า อิหร่านได้รับข้อเสนอจากผู้ไกล่เกลี่ย ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันโลกย่อตัวลง และทำให้เงินบาทในระหว่างวัน แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้ว ยังแกว่งในกรอบแคบ ๆ นักบริหารเงิน ระบุ
คืนนี้ ทางฝั่งสหรัฐฯ ยังไม่มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยตลาดยังรอดูพัฒนาการสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ประกอบกับสัปดาห์นี้ ตลาดจับตาดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งคาดว่าจะมีมติคงดอกเบี้ยไว้ในอัตราเดิม แต่ตลาดรอดูการส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบถัดไป
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 33.75 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
เงินเยน อยู่ที่ระดับ 162.41 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 162.36 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1430 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1430 ดอลลาร์/ยูโร
ดัชนี SET ปิดที่ 1,646.00 จุด เพิ่มขึ้น 6.96 จุด (+0.42%) มูลค่าซื้อขาย 93,400.46 ล้านบาท
สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,808.04ล้านบาท
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาคาดทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-34.00 บาท/ดอลลาร์ โดยภาพรวมตลาดในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เข้าสู่ช่วงงดการสื่อสาร ก่อนการประชุมวันที่ 29 ก.ค. ตลาดยังคงคาดการณ์ว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ โดยราคาน้ำมันดิบที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนค่าเงินดอลลาร์ขึ้นในช่วงนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงครั้งใหม่ ส่งผลให้ทิศทางภาวะอุปทานพลังงานโลกเลวร้ายลง
กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถานการณ์ท่องเที่ยวสัปดาห์ล่าสุด ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 5.85 แสนคน เพิ่มขึ้น 4.04% ขับเคลื่อนโดยตลาดระยะใกล้ และช่วง Summer Holiday ของจีน-ไต้หวัน รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินในหลายเส้นทาง โดยนักท่องเที่ยวไต้หวันฟื้นตัวโดดเด่นพุ่งขึ้น 50.74% หลังพายุไต้ฝุ่นบาหวี่คลี่คลาย
ธนาคารกลางจีน มีมติคงอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีไว้ที่ระดับ 3% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีไว้ที่ระดับ 3.5% ในวันนี้ (20 ก.ค.) ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยผลสำรวจ พบว่าธนาคารพาณิชย์ในเกาหลีใต้ คาดว่าจะคุมเข้มมาตรฐานการปล่อยกู้ให้กับภาคครัวเรือนในไตรมาส 3/2569 ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสินเชื่อ
นักลงทุน จับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยตลาดคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 23 ก.ค. อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้-
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.จาก Conference Board, ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต และภาคบริการขั้นต้นเดือนก.ค. เป็นต้น
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน