บมจ.ไซมิส แอสเสท [SA]ประเมินว่ามาตรการภาครัฐขยายระยะเวลาลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองออกไปจนถึงวันที่30มิ.ย.70จะเป็นปัจจัยบวกต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังปี69ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อ เพิ่มแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อและโอนกรรมสิทธิ์
นางสุนันทา สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SA เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี2569ยังคงเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่สถาบันการเงินยังคงใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัย
แต่การต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองเหลือ0.01%สำหรับที่อยู่อาศัยที่เข้าเกณฑ์ของภาครัฐ จึงถือเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนในการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน7ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดที่มีฐานผู้ซื้อขนาดใหญ่ คาดว่าจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้บริโภคที่มีความพร้อมสามารถตัดสินใจซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงสนับสนุนการระบายสินค้าคงเหลือของโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเข้าอยู่ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งผู้ซื้อ ผู้ประกอบการ และการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในระบบเศรษฐกิจ
ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี69บริษัทคาดว่าจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการที่อยู่อาศัยหลายแห่ง โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ที่มีผลิตภัณฑ์บางส่วนอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของมาตรการภาครัฐ ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog)ราว1,800ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตามกำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ของแต่ละโครงการ โดยโครงการLandmark At Grand Stationได้เริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนเมษายน2569
บริษัทคาดว่าBacklogที่มีอยู่จะสามารถทยอยรับรู้รายได้ได้ตามแผน โดยมีLandmark At Grand Stationซึ่งเริ่มรับรู้รายได้แล้ว ประกอบกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมของภาครัฐที่เข้ามาช่วยลดภาระของผู้ซื้อ จะสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มโอกาสในการโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นางสุนันทากล่าว
นอกจากนี้ บริษัทจะเดินหน้าปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยมุ่งนำเสนอแคมเปญส่งเสริมการขายที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า มีคุณภาพ และตอบโจทย์การอยู่อาศัยของผู้บริโภคในทุกมิติ