SCGP เด้งขึ้น 4.13% มาที่ 31.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 540.06 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.21 น. จากราคาเปิด 31.25 บาท ราคาสูงสุด 32.00 บาท ราคาต่ำสุด 30.75 บาท
บล.ทรีนีตี้ ระบุ ยังคงแนะนำ ซื้อ บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง [SCGP] ที่ราคาเป้าหมาย 34 บาท เรามองว่า SCGP มีภาพเชิงบวกมากขึ้นจากการ turnaround ของ Fajar
SCGP รายงานกำไรไตรมาส 2/69 สุดแข็งแกร่งที่ 2.3 พันล้านบาท +128% YoY, +47% QoQ ดีกว่าที่ตลาดคาด 22% จากปริมาณขายในตลาดอาเซียนที่ฟื้นตัวตามการบริโภค และจากการพลิกกลับมามีกำไรของ Fajar ในอินโดนีเซีย ส่วน Outlook ไตรมาส 3/69 แนวโน้มทรงตัวได้ แม้จะเป็นฤดูฝนและ low season ในไทย แต่ช่วงปลายไตรมาสจากการเตรียมสต็อกสำหรับเทศกาล
ทั้งนี้กำไรใน 1H26 อยู่ที่ 3.9 พันล้านบาทหรือ คิดเป็น 53% ของประมาณการทั้งปีของเรา เราจึงยังคงประมาณการกำไรทั้งปีไว้ที่ 7.3 พันล้านบาท
SCGP รายงานกำไรไตรมาส 2/69 สุดแข็งแกร่งที่ 2.3 พันล้านบาท +128% YoY, +47% QoQ ดีกว่าที่ตลาดคาด 22% จากปริมาณขายในตลาดอาเซียนที่ฟื้นตัวตามการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และ จากการพลิกกลับมามีกำไรของ Fajar ในอินโดนีเซีย ธุรกิจ Fibrous ที่กลับมาทำกำไร และการบริหารราคาขายควบคู่กับมาตรการลดต้นทุน
Outlook ไตรมาส 3/69 แนวโน้มทรงตัวได้ โดยช่วงต้นไตรมาสอาจชะลอตามฤดูฝนและ low season ในไทย ก่อนฟื้นตัวช่วงปลายไตรมาสจากการเตรียมสต็อกสำหรับเทศกาล Christmas และ New Year ตลาด Consumer Staple ยังมีความยืดหยุ่นจากการบริโภคภายในประเทศในไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานมีแนวโน้มผันผวนน้อยลงใน 2H แม้ imported RCP ที่ซื้อในไตรมาส 2 อาจทำให้ต้นทุนบางส่วนสูงขึ้นในไตรมาส 3 แต่ต้นทุน local RCP เริ่มลดลง ดังนั้น คาดว่า EBITDA margin ไตรมาส 3 จะใกล้เคียงไตรมาส 2 ได้
ทั้งนี้กำไรใน 1H26 อยู่ที่ 3.9 พันล้านบาทหรือ คิดเป็น 53% ของประมาณการทั้งปีของเรา เราจึงยังคงประมาณการกำไรทั้งปีไว้ที่ 7.3 พันล้านบาท
ราคาขายในอินโดนีเซียปัจจุบันฟื้นกลับมาใกล้ regional benchmark หลังเคยต่ำกว่าราคาภูมิภาคมากในช่วงก่อน โดยผู้บริหารมองว่า regional price ควรเป็นเพียง minimum reference และราคาขายในประเทศยังสามารถปรับสูงกว่าได้ หาก momentum ของ demand และโครงสร้างตลาดเอื้อ ซึ่งกลยุทธ์สำคัญในระยะ 13 ปีคือการเพิ่ม downstream integration ในอินโดนีเซียจากปัจจุบันราว 26% หลังเข้าซื้อ Mypak โดยการซื้อโรงงานกล่องขนาดเหมาะสมหนึ่งแห่งคาดว่าจะเพิ่ม integration ได้ราว 810 % และหากสามารถปิดดีลเพิ่มอีกหนึ่งแห่งในสองปีข้างหน้า สัดส่วนดังกล่าวอาจเพิ่มเป็นราว 3536% การเพิ่ม market share ในธุรกิจกล่องจะช่วยให้บริษัทส่งผ่านราคากระดาษไปสู่ราคากล่องได้ง่ายขึ้น ทำให้ margin ของทั้ง value chain มีเสถียรภาพและอยู่ในระดับสูงขึ้น
เรายังคงแนะนำ ซื้อ ที่เราคาเป้าหมาย 34 บาท เรามองว่า SCGP มีภาพเชิงบวกมากขึ้นจากการ turnaround ของ Fajar ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการฟื้นตัวของกำไร โดย EBITDA margin ของ Fajar ในไตรมาส 2 ขึ้นมาอยู่ราว 12% และผู้บริหารคาดว่าจะรักษากำไรในระดับใกล้เคียงกันได้ในช่วงสองไตรมาสที่เหลือ
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/รัชดา คงขุนเทียน