สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเดือนมิ.ย. 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากภาคส่งออก ทำให้ยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ปรับลดลง จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันการค้า และการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าจีน เป็นเหตุให้ปรับลดเป้าผลิตลงเหลือ 1.45 ล้านคัน จาก 1.5 ล้านคัน โดยเป็นการปรับลดการผลิตเพื่อส่งออกลง ขณะที่ยังคงเป้ายอดขายในประเทศไว้ตามเดิม
ขณะที่ตลาดในประเทศเริ่มฟื้น ยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้นจากความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ยอดขายรถกระบะยังซบเซาจากการเข้มงวดสินเชื่อ
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์และภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้ปรับประมาณการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 ลงจากเดิม 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน หรือลดลง 3.33% โดยปรับลดประมาณการผลิตเพื่อการส่งออกจาก 950,000 คัน เหลือ 900,000 คัน หรือลดลง 5.26% ขณะที่ประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงไว้ที่ 550,000 คัน เท่าเดิม
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับลดเป้าหมายการผลิตเพื่อการส่งออก ประกอบด้วย
1.สงครามในตะวันออกกลางในยังมีมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มยืดเยื้อโดยปริมาณการส่งออกรถยนต์ไปตะวันออกกลางในช่วงครึ่งปีแรกมีจำนวนลดลง 38.35% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังมีใช้อยู่อย่างต่อเนื่อง
2.มาตรการกีดกันการค้าและภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป โดยส่งผลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน
3.การเข้ามาทำตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ส่งผลต่อการแข่งขันกับรถยนต์จากประเทศไทยในการส่งออกไปภูมิภาคต่าง ๆ ทั้ง อาเซียน ออสเตรเลียและโอเชียเนีย รวมถึงภูมิภาคอื่น ๆ
4.เกณฑ์การปล่อยมลพิษจากรถยนต์ของประเทศคู่ค้าเริ่มมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น
*ยอดผลิต มิ.ย. 69 ลดลง จากผลิตส่งออกรถยนต์นั่ง-รถกระบะ
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมิ.ย. 69 มีทั้งสิ้น 120,391 คัน ลดลง 7.55% จากเดือนมิ.ย. 68 เนื่องจากผลิตส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลง 50.11 และ 8.07 ตามลำดับ จากการส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงไป 7,727 คันคิด 38.35% จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว รวมทั้งผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศลดลง 17.04 % ส่งผลให้ยอดผลิตรวมลดลง 7.55 % จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
สำหรับจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย.) มีจำนวนทั้งสิ้น 717,212 คัน ลดลง 1.04% จากเดือนม.ค.-มิ.ย. 68
ส่วนการผลิตเพื่อส่งออก เดือนมิ.ย.69 ผลิตได้ 67,784 คัน เท่ากับ 56.30% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 20.18 และ 6 เดือนแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย.69) ผลิตเพื่อส่งออกได้ 449,161 คัน เท่ากับ 62.63% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 5.44 % จากเดือนม.ค.-มิ.ย.69
ในส่วนของการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนมิ.ย. 69 ผลิตได้ 52,607 คัน เท่ากับ43.70% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 16.12% จากเดือนมิ.ย.68 และช่วง 6 เดือนแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย. 69) ผลิตได้ 268,051 คัน เท่ากับ 37.37% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 7.35% จากม.ค.-มิ.ย.68
*ยอดส่งออกลดลงในตอ.กลาง-ตลาดเอเชีย-ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ยุโรป
ยอดส่งออกในเดือนมิ.ย. 69 อยู่ที่ 81,526 ลดลง 7.45% จากเดือน มิ.ย.68 เพราะยังส่งออกไปตะวันออกกลางลดลง 38.35% จากมิ.ย.ปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดลงลงจาก 20% ของปีที่แล้วเหลือ 14% นอกจากนี้ยังส่งออกลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ยุโรป แต่ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้ โดยมีมูลค่าการส่งออกรถยนต์ อยู่ที่ 58,239.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.39% จากเดือนมิ.ย. 68
ในส่วนของการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.) อยู่ที่ 421,144 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกัน 8.32% ด้านมูลค่าการส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 289,187.70 ล้านบาท ลดลง 8.01% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
*ยอดขายในประเทศเพิ่ม ราคาน้ำมันแพงหนุนรถยนต์นั่งไฟฟ้า
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของมิ.ย. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 19.36% จากเดือนพ.ค. 69 และเพิ่มขึ้น 17.26% จากเดือนมิ.ย. 68 เนื่องจากตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้น เพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง รวมทั้งการส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ของรัฐบาล รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
ส่วนใหญ่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามาจากการนำเข้ามากกว่ารถยนต์ที่ผลิตในประเทศส่งผลให้ 6 เดือนปีนี้รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในผลิตลดลงถึง 34,679 คันหรือลดลง 29.21% จากตัวเลข 6 เดือนของปีที่แล้ว
สำหรับยอดขายรถยนต์ตั้งแต่เดือนม.ค.-มิ.ย. 69 รถยนต์มียอดขาย 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 14.63% จากปี 68
*ยอดจดทะเบียนรถ EV ป้ายแดง เพิ่มขึ้น
ยานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 22,898 คัน เพิ่มขึ้น 55.64% จากเดือนมิ.ย. 68 โดยเดือนม.ค.-มิ.ย. 69 มียอดจดทะเบียนใหม่สะสมจำนวน 120,010 คัน เพิ่มขึ้น 79.79% จากเดือนม.ค.-มิ.ย. 68 สำหรับยอดจดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 30 มิ.ย. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 491,447 คัน เพิ่มขึ้น 65.59 % จากปี 68
ยานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 14,378 คัน เพิ่มขึ้น 24.81% จากเดือนมิ.ย. 68 โดยเดือนม.ค.-มิ.ย. 69 มียอดจดทะเบียนใหม่สะสมจำนวน 90,287 คัน เพิ่มขึ้น 24.86% จากเดือนม.ค.-มิ.ย. 68 สำหรับยอดจดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 30 มิ.ย. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 694,320 คัน เพิ่มขึ้น 28.02 % จากปี 68
ยานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 2,329 คัน เพิ่มขึ้น 52.82% จากเดือนมิ.ย. 68 โดยเดือนม.ค.-มิ.ย. 69 มียอดจดทะเบียนใหม่สะสมจำนวน 10,214 คัน ลดลง 9.98% จากเดือนม.ค.-มิ.ย. 68 สำหรับยอดจดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 31 มิ.ย. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 91,441 คัน เพิ่มขึ้น 22.65% จากปี 68
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน