พิพัฒน์ หนุนอุตสาหกรรมการบิน หารือไทยเวียตเจ็ท ขยายฝูงบิน เส้นทางบินระหว่างประเทศ เดินหน้า Sky Connect เชื่อมเมืองรองสู่ต่างประเทศ ดัน Medical Tourismท่องเที่ยวชุมชน สร้างรายได้สู่ท้องถิ่น
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม หารือกับผู้บริหาร บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต็อค จำกัด ถึงแนวทางการดำเนินงานและการพัฒนาธุรกิจการบิน ครอบคลุมแนวทางการขยายฝูงบิน เส้นทางบินระหว่างประเทศ การพัฒนาธุรกิจการบิน และการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มทางเลือกการเดินทางให้ประชาชน ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่ประเทศไทย และกระจายการเดินทางและรายได้จากเมืองหลักไปสู่เมืองรองและชุมชนมากขึ้น
ทั้งนี้ ไทยเวียตเจ็ทมีแผนนำเครื่องบิน Boeing 737 เข้ามาประจำการเพิ่มเติม พร้อมตั้งเป้าเพิ่มฝูงบินเป็น 25 ลำภายในสิ้นปี 2569 และ 50 ลำภายในอีก 2 ปี เพื่อรองรับการขยายเส้นทางบิน โดยให้ความสำคัญกับตลาดนักท่องเที่ยวจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น รวมถึงรัสเซียและคาซัคสถาน ซึ่งนายพิพัฒน์ได้เสนอให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางบินสู่เมืองเมดาน ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางกับภาคใต้ของไทย และต่อยอดศักยภาพด้าน Medical Tourism โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลเอกชนที่มีศักยภาพรองรับผู้รับบริการจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ สายการบินอยู่ระหว่างเจรจาความร่วมมือกับอีซี่ แอร์ไลน์ (Ezy Airlines) ในรูปแบบ Code Share เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางหาดใหญ่ เบตง และหาดใหญ่ ภูเก็ต ขณะเดียวกันได้ดำเนินโครงการ Sky Connect อำนวยความสะดวกผู้โดยสารจากเมืองรองสู่ต่างประเทศ ด้วยบริการเช็กอินและส่งสัมภาระถึงปลายทาง (Check-through) ปัจจุบันเปิดให้บริการที่ท่าอากาศยานอุดรธานี เชื่อมต่อผ่านกรุงเทพมหานครไปยังประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และเวียดนาม และมีแผนขยายไปยังท่าอากาศยานขอนแก่นและหาดใหญ่ต่อไป
นายพิพัฒน์กล่าวว่า โครงการ Sky Connect เป็นแนวทางที่ช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชนในต่างจังหวัด ขณะเดียวกันยังช่วยเปิดโอกาสให้เมืองรองของไทยเชื่อมต่อกับตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นการเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว ซึ่งจะช่วยกระจายนักท่องเที่ยว รายได้ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจลงสู่พื้นที่
กระทรวงคมนาคมมองว่าการพัฒนาเส้นทางบินต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางบก เพื่อสร้างเครือข่ายการเดินทางที่เชื่อมโยงกัน เช่น โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมจังหวัดสงขลา พัทลุง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและเปิดโอกาสการพัฒนาพื้นที่รอบทะเลสาบ ครอบคลุม 15 อำเภอ 142 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใน 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช เมื่อโครงข่ายถนน สะพาน และการบินเชื่อมโยงถึงกัน จะช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนได้สะดวกขึ้น
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร