เช้านี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีกำหนดการประชุมบอร์ด แต่ปรากฎว่า นพ.สรณ บุญไบชัยพฤกษ์ เข้ามาร่วมประชุมครั้งแรกหลังจากที่คณะกรรมการสรรหา กสทช.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่ง ประธาน กสทช. เนื่องด้วยมีคุณสมบัติต้องห้าม โดยมีพนักกงานจำนวนหนึ่งมาให้กำลังใจ
อย่างไรก็ตาม กรรมการ กสทช. 3 รายได้แก่ นางสาวพิรงรอง รามสูต , พล.อ.ท. ธนพันธ์ หร่ายเจริญ และนายศุภัช ศุภชลาศัย ไม่เข้าร่วมการประชุม ส่วนนายสมภพ ภูริวิทรัยพงศ์ ลาประชุม ดังนั้นการประชุมจึงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่ครบองค์ประชุม จากที่มีคณะกรรมการ กสทช. 7 ราย
สำหรับวาระการประชุมวันนี้มีเรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับอนาคตอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ได้แก่ Digital TV Roadmap และ National Streaming Platform (NSP) ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการเปลี่ยนผ่านของกิจการโทรทัศน์ไทยในระยะต่อไป โดยเฉพาะ Digital TV Roadmap ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ประชุม กสทช. ได้กำหนดให้สำนักงาน กสทช นำกลับมาเสนอเพื่อพิจารณาภายใน 30 วัน และขณะนี้ครบกำหนดแล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการต้องการความชัดเจนเพื่อเตรียมการก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ดิจิทัลปัจจุบันสิ้นสุดลงในปี 2572
ส่วน National Streaming Platform เป็นอีกเรื่องสำคัญต่อการวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเผยแพร่คอนเทนต์ของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ผ่านระบบออนไลน์ รองรับพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนจากการรับชมผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดินไปสู่การรับชมผ่านอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น สมาชิกสมาคมฯ ถือ 15 ใบอนุญาต
ขณะเดียวกัน สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงาน กสทช. โดยแสดงความกังวลกับการทำหน้าที่ของประธาน กสทช. โดยการประชุมบอร์ด กสทช.และลงมติในวาระสำคัญในช่วงที่ยังมีข้อถกเถียงทางกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. อาจนำไปสู่ข้อโต้แย้งต่อความชอบด้วยกฎหมายของมติในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช มีมติ 4 ต่อ 0 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช
แม้เรื่องดังกล่าวยังมีกระบวนการตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการต่อ แต่สมาคมฯ เห็นว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับการเรียกประชุม การทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ตลอดจนการร่วมพิจารณาและลงมติในเรื่องสำคัญ
*นัดประชุมใหม่ 5 ส.ค.
นพ.สรณ กล่าวยืนยัน ยังคงเดินหน้าทำงานตามปกติ เพราะการพ้นจากตำแหน่ง ประธาน กสทช. ต้องเป็นไปตามมาตรา 20 วรรค 2 ของพร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่ต้องมีการทูลเกล้าฯเสียก่อน ฉะนั้นตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการฯให้พ้นตำแหน่ง ตนยังมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติงานตามกฎหมายต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย
สำหรับการประชุมในวันนี้ ในระหว่างที่ตนกำลังชี้แจงอยู่นั้น มีกรรมการ 3 รายเดินออกจากห้องประชุม (Walkout) ส่งผลให้องค์ประชุมไม่ครบ จนต้องสั่งเลื่อนการประชุมและปิดประชุมในที่สุด โดยได้นัดหมายประชุมใหม่อีกครั้งในวันที่ 5 และ 6 ส.ค.นี้
ส่วนกรณีมีการโต้แย้งว่าควรให้เรื่องถึงที่สุดก่อนที่จะกลับมาทำหน้าที่ นพ.สรณ กล่าวว่า ต้องรอให้มีพระบรมราชโองการซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ทูลเกล้าฯ ตามกฎหมาย และยืนยันตัวเองไม่เห็นด้วยกับอำนาจของคณะกรรมการสรรหาฯพิจารณาเรื่องนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/รัชดา คงขุนเทียน