ประชุมบอร์ด กสทช.ล่ม!! หลัง 3 กรรมการวอล์กเอ้าต์ ปมคุณสมบัติประธานฯ

ข่าวเศรษฐกิจ Monday July 27, 2026 12:07 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

เช้านี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีกำหนดการประชุมบอร์ด แต่ปรากฎว่า นพ.สรณ บุญไบชัยพฤกษ์ เข้ามาร่วมประชุมครั้งแรกหลังจากที่คณะกรรมการสรรหา กสทช.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่ง ประธาน กสทช. เนื่องด้วยมีคุณสมบัติต้องห้าม โดยมีพนักกงานจำนวนหนึ่งมาให้กำลังใจ

อย่างไรก็ตาม กรรมการ กสทช. 3 รายได้แก่ นางสาวพิรงรอง รามสูต , พล.อ.ท. ธนพันธ์ หร่ายเจริญ และนายศุภัช ศุภชลาศัย ไม่เข้าร่วมการประชุม ส่วนนายสมภพ ภูริวิทรัยพงศ์ ลาประชุม ดังนั้นการประชุมจึงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่ครบองค์ประชุม จากที่มีคณะกรรมการ กสทช. 7 ราย

สำหรับวาระการประชุมวันนี้มีเรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับอนาคตอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ได้แก่ Digital TV Roadmap และ National Streaming Platform (NSP) ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการเปลี่ยนผ่านของกิจการโทรทัศน์ไทยในระยะต่อไป โดยเฉพาะ Digital TV Roadmap ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ประชุม กสทช. ได้กำหนดให้สำนักงาน กสทช นำกลับมาเสนอเพื่อพิจารณาภายใน 30 วัน และขณะนี้ครบกำหนดแล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการต้องการความชัดเจนเพื่อเตรียมการก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ดิจิทัลปัจจุบันสิ้นสุดลงในปี 2572

ส่วน National Streaming Platform เป็นอีกเรื่องสำคัญต่อการวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเผยแพร่คอนเทนต์ของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ผ่านระบบออนไลน์ รองรับพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนจากการรับชมผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดินไปสู่การรับชมผ่านอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น สมาชิกสมาคมฯ ถือ 15 ใบอนุญาต

ขณะเดียวกัน สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงาน กสทช. โดยแสดงความกังวลกับการทำหน้าที่ของประธาน กสทช. โดยการประชุมบอร์ด กสทช.และลงมติในวาระสำคัญในช่วงที่ยังมีข้อถกเถียงทางกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. อาจนำไปสู่ข้อโต้แย้งต่อความชอบด้วยกฎหมายของมติในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช มีมติ 4 ต่อ 0 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช

แม้เรื่องดังกล่าวยังมีกระบวนการตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการต่อ แต่สมาคมฯ เห็นว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับการเรียกประชุม การทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ตลอดจนการร่วมพิจารณาและลงมติในเรื่องสำคัญ

*นัดประชุมใหม่ 5 ส.ค.

นพ.สรณ กล่าวยืนยัน ยังคงเดินหน้าทำงานตามปกติ เพราะการพ้นจากตำแหน่ง ประธาน กสทช. ต้องเป็นไปตามมาตรา 20 วรรค 2 ของพร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่ต้องมีการทูลเกล้าฯเสียก่อน ฉะนั้นตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการฯให้พ้นตำแหน่ง ตนยังมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติงานตามกฎหมายต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

สำหรับการประชุมในวันนี้ ในระหว่างที่ตนกำลังชี้แจงอยู่นั้น มีกรรมการ 3 รายเดินออกจากห้องประชุม (Walkout) ส่งผลให้องค์ประชุมไม่ครบ จนต้องสั่งเลื่อนการประชุมและปิดประชุมในที่สุด โดยได้นัดหมายประชุมใหม่อีกครั้งในวันที่ 5 และ 6 ส.ค.นี้

ส่วนกรณีมีการโต้แย้งว่าควรให้เรื่องถึงที่สุดก่อนที่จะกลับมาทำหน้าที่ นพ.สรณ กล่าวว่า ต้องรอให้มีพระบรมราชโองการซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ทูลเกล้าฯ ตามกฎหมาย และยืนยันตัวเองไม่เห็นด้วยกับอำนาจของคณะกรรมการสรรหาฯพิจารณาเรื่องนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

*หวั่นมติเสี่ยงโมฆะ

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ชี้แจงภายหลังจากที่ไม่เข้าร่วมประชุมว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ มีผลผูกพันตามกฎหมายทันที ดังนั้นหากคงให้นพ.สรณ เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ กสทช. อีกต่อไป กรรมการ กสทช. ย่อมมีความผิดด้วยเช่นกัน จึงทำให้กรรมการ กสทช. ที่เหลือทั้ง 6 ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมฯได้ โดยจะทำบันทึกความเห็นรายบุคคลต่อกรณีดังกล่าวเป็นทางการ และขอให้สำนักงาน กสทช. พิจารณาดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายให้สอดคล้องกับผลแห่งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ต่อไป

ถือว่า นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. เท่ากับว่าไม่ได้เป็นกรรมการ กสทช.ตั้งแต่แรก และเมื่อไม่ได้เป็น กสทช.จะทำหน้าที่ได้อย่างไร และหากมีการประชุมหรือมีมติใดออกไป กรรมการ กสทช. ย่อมมีความผิดเช่นกัน จึงขอให้ นพ.สรณ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ และกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ 6 คน จะต้องทำหน้าที่ต่อไป เพื่อให้องค์กรสามารถไปต่อได้ตามที่กฎหมายบัญญัติ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ระบุ

สำหรับในส่วนมติของคณะกรรมการ กสทช.ที่เคยมีมติ ในเรื่องต่างๆที่ผ่านมา ได้แก่ มติการควบรวมกิจการทรูและดีแทค ไม่ถือว่าเป็นโมฆะ แต่หาก นพ.สรณ ยังดำเนินการประชุมร่วมด้วย จะทำให้มติคณะกรรมการ กสทช.จากนี้ไปจะเป็นโมฆะ ดังนั้น หาก นพ.สรณ ยังคงยืนกรานทำหน้าที่ ประธาน กสทช. ก็จะไม่มีกรรมการท่านใด กล้าจะเข้าร่วมประชุม เพราะถือว่าผิดกฎหมายด้วย ส่วนจะเดินหน้าปลดล็อกทางตันเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องมีการหารือกันต่อไป

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/รัชดา คงขุนเทียน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ