ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดเพิ่มขึ้น $1.08 ตลาดกังวลการขนส่งผ่านฮอร์มุซสะดุด

ข่าวต่างประเทศ Saturday August 1, 2026 07:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในวันศุกร์ (31 ก.ค.) ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั้งเดือนก.ค.ทำผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. หลังนักลงทุนวิตกว่าการขนส่งน้ำมันดิบทั่วโลกอาจได้รับผลกระทบมากขึ้น จากรายงานของอิหร่านที่ระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันบางลำถูกบังคับให้หันหัวเรือกลับระหว่างผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.08 ดอลลาร์ หรือ 1.29% ปิดที่ 84.67 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.09 ดอลลาร์ หรือ 1.22% ปิดที่ 90.12 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลอดทั้งเดือนก.ค. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 24% ขณะที่น้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 21%

ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาน้ำมันยังคงมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยสงครามในอิหร่านซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของโลก ลดลงอย่างมาก กระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางหลายล้านบาร์เรลต่อวัน

อิหร่านปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นส่วนใหญ่นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ได้ข่มขู่เรือที่เดินทางผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบในเดือนนี้ ส่งผลให้เส้นทางส่งออกน้ำมันทางเลือกของซาอุดีอาระเบียและประเทศผู้ผลิตรายอื่นในภูมิภาคเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น

สำนักข่าว Fars News Agency รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านสกัดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำไม่ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เรืออีก 4 ลำเปลี่ยนเส้นทาง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลติดตามเรือของ Kpler ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) จำนวน 2 ลำที่บรรทุกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในวันศุกร์ แม้ว่าปริมาณการสัญจรยังคงเบาบาง ขณะที่เรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ 29 ลำ เดินทางผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบในวันพฤหัสบดี

นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า ตลาดไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวสงครามเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว แต่หันมาให้ความสำคัญกับข้อมูลการเดินเรือมากกว่า

สำนักข่าว Iranian Labour News Agency รายงานว่า อิหร่านและโอมานยังคงเดินหน้าเจรจาเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ แม้รัฐบาลอิหร่านจะปฏิเสธข้อเสนอของโอมานที่ให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันบริหารเส้นทางเดินเรือดังกล่าว

ด้านบริษัทวิจัย Gelber & Associates ระบุว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน โดยเฉพาะบริเวณจุดคอขวดด้านการขนส่งอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันอุปทานน้ำมันในสหรัฐฯ ที่ตึงตัวก็ช่วยหนุนตลาด หลังสต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2561 ตามข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA)

นอกจากความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว เหตุโจมตีด้วยโดรนที่ทำให้เรือบรรทุกก๊าซ 2 ลำเกิดเพลิงไหม้ที่ท่าเรือดาเมียตตาของอียิปต์ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเดินเรือผ่านคลองสุเอซ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า กำลังผลักดันการจัดตั้งพันธมิตรเพื่อเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันในบริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ ทะเลแดง และอ่าวเอเดน

ขณะเดียวกัน กองทัพยูเครนระบุว่า ได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันเมืองโวลโกกราดของรัสเซียเมื่อคืนวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ ส่วนในคาซัคสถาน แหล่งข่าว 2 รายเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า บริษัท Tengizchevroil ได้กลับมาส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือบาทูมีของจอร์เจียเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมี.ค.

ข้อมูลจาก EIA ยังระบุว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในเดือนพ.ค.ลดลงประมาณ 2% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนเม.ย. ขณะที่การส่งออกทำสถิติสูงสุดเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเริ่มส่งผลกระทบต่อการบริโภค โดยความต้องการใช้น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมลดลงมากกว่า 3.5% เหลือประมาณ 20.07 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2568

รายงานของ Baker Hughes ระบุว่า บริษัทพลังงานของสหรัฐฯ เพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซเป็นครั้งที่ 6 ในรอบ 7 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มการผลิตในอนาคต

ขณะที่ผลสำรวจของรอยเตอร์ซึ่งสอบถามนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ 31 ราย พบว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 85.22 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมิ.ย.ที่ 84.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ