คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันนี้ (16 ก.ย.) ตามการคาดการณ์ของตลาด
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค.2566 ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมา เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 6 ครั้ง รวม 1.75%
แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยการดำเนินนโยบายในวันนี้จะช่วยสนับสนุนให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ของคณะกรรมการได้เร็วขึ้น ขณะที่คณะกรรมการจะรักษาเสถียรภาพด้านราคา
ทั้งนี้ รายงาน Dot Plot ซึ่งแสดงการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่เฟด ระบุว่า เจ้าหน้าที่ 16 จากทั้งหมด 18 ราย คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะสิ้นสุดปี 2569 และ 2570 ที่ระดับเดียวกัน ขณะที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งทั้งในปี 2571 และ 2572
นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ไม่ได้เข้าร่วมการทำรายงาน Dot Plot ดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน
ขณะเดียวกัน เฟดได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2569 และ 2570 สู่ระดับ 2.3% และ 2.4% ตามลำดับ จากเดิมที่ระดับ 2.2% และ 2.3% ขณะที่คงตัวเลขคาดการณ์ในปี 2571 ที่ระดับ 2.2% และคาดการณ์การขยายตัวในปี 2572 ที่ระดับ 2.1% รวมทั้งคาดการณ์การขยายตัวในระยะยาวที่ระดับ 2.0%
เฟดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อตามดัชนี Core PCE ในปี 2569-2572 ที่ระดับ 3.4%, 2.5%, 2.2% และ 2.0% ตามลำดับ จากเดิมคาดการณ์เงินเฟ้อในปี 2569-2571 ที่ระดับ 3.3%, 2.5% และ 2.1% ตามลำดับ
นอกจากนี้ เฟดคาดการณ์อัตราว่างงานทรงตัวในปี 2569-2572 ที่ระดับ 4.1% ขณะที่คาดการณ์อัตราว่างงานในระยะยาวที่ระดับ 4.2% จากเดิมคาดการณ์อัตราว่างงานในปี 2569-2571 ที่ระดับ 4.3%, 4.3% และ 4.2% ตามลำดับ
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ