ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.25% ในการประชุมวันนี้ (5 ส.ค.) เนื่องจากต้องการรอประเมินข้อมูลเพิ่มเติมว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเอเชียหรือไม่
สำหรับข้อมูลตัวเลขสำคัญและประมาณการทางเศรษฐกิจที่ประกาศโดย RBI ในการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย:
- อัตราดอกเบี้ยนโยบาย: คงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (repo rate) ไว้ที่ 5.25% พร้อมคงจุดยืนนโยบายการเงินไว้ที่ระดับ เป็นกลาง (neutral) โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินทั้ง 6 คน (ซึ่งรวมถึงกรรมการจากภายนอก 3 คน) มีมติเป็นเอกฉันท์
- ประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP): ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของ GDP สำหรับปีงบประมาณปัจจุบันขึ้นสู่ระดับ 6.7% (จากระดับ 6.6% ที่เคยประเมินไว้ในเดือนมิ.ย.)
- ประมาณการอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย: ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในปีงบประมาณปัจจุบันลงสู่ระดับ 5% (จากเดิม 5.1%)
- ประมาณการอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน: ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน) ลงอย่างมากสู่ระดับ 4.3% (จากเดิม 4.7%)
- กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ: ยืนยันความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายเงินเฟ้อระยะปานกลางที่ระดับ 4% โดยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในกรอบที่ยอมรับได้ระหว่าง 2%-6% ในปีงบประมาณนี้
การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้สอดคล้องกับคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ ทั้งยังส่งผลให้แนวทางของอินเดียแตกต่างจากธนาคารกลางอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งได้คุมเข้มนโยบายการเงินเพื่อรับมือกับผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นและความผันผวนของค่าเงินอันเนื่องมาจากสงคราม ในทางกลับกัน RBI ได้ประกาศชุดมาตรการในการประชุมครั้งก่อนเพื่อส่งเสริมเงินทุนไหลเข้าและพยุงค่าเงินรูปี
ซันเจย์ มัลโฮตรา ผู้ว่าการ RBI แถลงนโยบายว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับตัวขึ้นสูงกว่าระดับเป้าหมาย โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ในขณะที่แรงกดดันด้านราคาในภาพรวมยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม ทั้งนี้ RBI จะไม่รีบร้อนดำเนินการใด ๆ จนกว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์เงินเฟ้อ พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อภาคค้าปลีกของอินเดียปรับตัวขึ้นสูงกว่าเป้าหมาย 4% ของธนาคารกลางเป็นครั้งแรกในรอบ 17 เดือนเมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา แต่การที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในกรอบที่ยอมรับได้ 2%-6% ในปีงบประมาณนี้ ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายพอมีช่องว่างในการผ่อนคลายความกดดันเรื่องอัตราดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน เครื่องบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจความถี่สูงสะท้อนภาพรวมที่ผสมผสาน โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี แต่อุปสงค์สินเชื่อขยายตัวอย่างแข็งแกร่งเกือบ 18%
มัลโฮตรากล่าวว่า แม้อุปสงค์ภายในประเทศจะยังคงแข็งแกร่ง แต่ปัจจัยเสี่ยงอย่างฤดูมรสุมที่อ่อนกำลังลง ตลอดจนความไม่แน่นอนทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นประเด็นที่อาจกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
หลังการประกาศผลการประชุม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอินเดียอายุ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 6.7765% ขณะที่เงินรูปีอ่อนค่าลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 95.03 รูปีต่อดอลลาร์ ด้านดัชนี Nifty 50 ตลาดหุ้นอินเดียทรงตัว และดัชนี BSE Sensex [BSE.X] ปรับตัวขึ้น 0.5%
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช