นักวิเคราะห์ฯ ประเมินตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ ถึงไซด์เวย์ดาวน์ ผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของบริษัทจดทะเบียนยังเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางราคาหุ้น อย่างไรก็ตามอาจถูกกดดันจากแรงขายกลุ่มเทคฯ หลังจากก่อนหน้าปรับตัวขึ้นมาพอสมควร ขณะที่ทิศทาง Fund Flow แม้กลับมาขายสุทธิแต่มองภาพรวมยังค่อนไปทางไหลเข้า แนะนำกลยุทธ์ Selective ประเมินกรอบแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,615 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ข่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ [SET.X] คาดดัชนีแกว่งไซด์เวย์ ถึงไซด์เวย์ดาวน์ แม้การเจรจาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านฮอร์มุซมีความคืบหน้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรงวันก่อน แต่ราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวที่ระดับราว 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่จุดสนใจหลักของตลาดยังคงอยู่ที่การรายงานผลประกอบการและ Guidance ของบริษัทจดทะเบียน
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เริ่มชะลอตัวลง ซึ่งคาดว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของไทยอาจได้รับแรงกดดันและมีแรงขายสลับออกมาหลังจากปรับตัวขึ้นมาพอสมควร
ภาพรวมตลาดวันก่อนหน้า หุ้นไทยถือว่าปรับตัวอ่อนแอกว่าภูมิภาคและอ่อนแอกว่าที่คาดไว้ โดยเปิดบวกได้ในช่วงเช้าแต่โดนแรงขายกดดันในกลุ่มพลังงาน สื่อสาร และ DELTA ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตาในระยะสั้นคือแนวรับบริเวณ 1,600 จุดว่า จะสามารถยืนอยู่ได้หรือไม่ ทั้งนี้ หากพิจารณาภาพใหญ่ ทางเทคนิคไม่ควรสร้างจุดต่ำสุดใหม่หลุดระดับต่ำสุดเดิมที่ 1,587 จุด เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เพื่อรักษาทิศทางเชิงบวกต่อไป
สำหรับประเด็นกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่พลิกกลับมาขายสุทธิ มองว่าเป็นการขายทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้นักลงทุนต่างชาติได้เข้าซื้อสะสมมาอย่างต่อเนื่อง สูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม อย่างไรก็ตาม ในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจยังคงมองว่าภาพรวม Fund Flow ยังค่อนไปทางไหลเข้า แต่อาจไม่เร่งตัวแรงเท่าช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา
กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำ Selective เลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัว โดยเน้นกลุ่มที่ผลประกอบการแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังที่ดีอย่างต่อเนื่อง
ประเมินกรอบแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,615 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (5 ส..ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 54,349.12 จุด เพิ่มขึ้น 263.24 จุด หรือ +0.49% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,723.55 จุด ลดลง 12.97 จุด หรือ -0.17% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,363.44 จุด ลดลง 221.55 จุด หรือ -0.83%
ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 65,896.00 จุด ลดลง 404.44 จุด หรือ -0.61% , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,667.14 จุด ลดลง 248.68 จุด หรือ -0.95% , และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,864.27 จุด ลดลง 14.16 จุด หรือ -0.37%
ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ลดลง 1.84%
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (5 ส.ค. ) 1,609.78 จุด ลดลง 7.35 จุด (-0.45%) มูลค่าซื้อขายราว 90,133.10 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (5 ส.ค.) 6,089.94 ล้านบาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย.. (5 ส.ค.) ลดลง 55 เซนต์ หรือ 0.73% ปิดที่ 75.22 ดอลลาร์/บาร์เรล
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (5 ส.ค.) อยู่ที่ 24.83 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.06/07 แข็งค่ารอบ 2 เดือนสอดคล้องภูมิภาค คาดกรอบวันนี้ 32.90-33.15
นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านและโอมานมีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อจัดตั้งเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่ปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เอกนิติ ปรับทัพ BOI ขับเคลื่อนลงทุนไทย ดันปีนี้ลงทุนจริง 7 แสนล้านบาท ชู BOI to IPO ดึง New Economy เข้า SET ด้าน ตลท.เร่งปรับเกณฑ์รับอุตสาหกรรมยุคใหม่ระดมทุนสะดวก โบรกฯ ยก BOI to IPO จุดเปลี่ยนตลาดหุ้นไทย
-ข้อมูลรั่ว-ภัยไซเบอร์ ลามหนัก เขย่าความเชื่อมั่นประชาชน หลังข้อมูลส่วนบุคคลประชาชน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูง ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ซ้ำเติมวิกฤติความมั่นคงไซเบอร์ประเทศ หลังเพิ่งเกิดข้อมูลผู้ใช้งานระบบ ทีเอสดีรั่วไหลกว่า 200,000 ราย ดีอี ระดมหน่วยงานในสังกัดเร่งสอบสวนต้นตอ ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้าน ผยง ยันแบงก์คุมเข้มข้อมูลต่อเนื่อง หลังข้อมูลทีเอสดีหลุดชี้ไม่ใช่ข้อมูลอ่อนไหว
ครม.อนุมัติร่างระเบียบสำนักนายกฯ ตั้งบอร์ดนโยบายดาต้าเซนเตอร์ เอกนิติ เป็นประธาน เร่งกำกับดูแลการลงทุน พร้อมกำหนดแนวปฏิบัติประกอบกิจการดาต้าเซนเตอร์ ส่งเสริมเศรษฐกิจควบคู่กับความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมอนุมัติ อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด 7.2 พันล้าน รองรับใช้น้ำ EEC หนุนลงทุนดาต้าเซนเตอร์
ผยง ประธาน กกร. ชี้ เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสจากคลื่นลงทุนต่างชาติ หลังยอดขอ BOI ครึ่งปีแรกพุ่ง 37% แตะ 1.47 ล้านล้านบาท พร้อมเร่งสร้าง Supply Chain ในประเทศ ยกระดับ Local Content และพัฒนางานคุณภาพ รองรับการเติบโตระยะยาว
บอร์ด กสทช.ล่มซ้ำ! 4 กรรมการวอล์กเอาต์ หวั่นผิดกฎหมายปมสถานะประธาน หมอสรณ ยันทำหน้าที่ ต่อ นัดประชุมใหม่ 6 ส.ค.นี้ ขณะที่ อนุ ทิน ย้ำทำตามกฎหมาย ด้านเลขาฯ ครม.เผยเรื่องเสนอปลดพ้นประธาน กสทช.ยังไม่ถึง สลค.
-กกร.ปรับเพิ่มคาดการณ์ส่งออกปีนี้โต 8-10% หนุนจีดีพีไทยโต 1.6-2% ลงทุนฟื้นตัวต่อเนื่อง พร้อมจับตาความเสี่ยงจากสงคราม เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยโลก
ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเดือนก.ค.2569 ว่า เท่ากับ 102.10 เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.2568 สูงขึ้น 1.95% ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงจากเดือน ก่อนหน้า (มิ.ย.2569) ที่มีอัตราสูงขึ้น 2.42% แต่ยังคงเป็นบวกอย่างต่อเนื่องเนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้าจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูง
*หุ้นเด่นวันนี้
-PTT (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท ไตรมาส 2/69คาดกำไรปกติ +225% y-y, +80% q-q ดีกว่าที่เคยประเมินจากทั้งโรงแยกก๊าซฯ และธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี กำไรระยะถัดไปไตรมาส 3/69 เติบโต y-y โมเมมตัมทุกธุรกิจยังเป็นภาพบวก โซนลงทุน PBV26F< 1 เท่า Yield>ปีละ 5.5%
SAWAD (ฟิลลิป) ราคาเป้าหมาย 26.25/27.00 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/69 ที่ 1.4 พันลบ.เพิ่มขึ้น 12.6% y-y และ 1.7% q-q จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และคาดว่ารายได้อื่นจะเพิ่มขึ้นด้วย ต้นทุนดอกเบี้ยยังน่าจะลดลงได้อยู่ จากการออกหุ้นกู้ รวมไปถึงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่มีต้นทุนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของพอร์ต น่าจะทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยยังลดลงได้อยู่ และทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย รวมไปถึงผลประกอบการเพิ่มสูงขึ้นได้
SYNEX (ฟินันเซีย ไซรัส) ซื้อ ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท กำไรไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 223 ลบ. (+1% q-q, +17% y-y) ดีกว่าคาดเล็กน้อย จากรายได้ที่เติบโตในทุกธุรกิจหลักและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ขณะที่คาดโมเมนตัมกำไรไตรมาส 3/69 จะเร่งตัวทั้ง q-q และ y-y Valuation น่าสนใจ เทรด PER 12 เท่า และให้ Dividend Yield 4.5-5% ต่อปี
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน