ใครจะเชื่อว่า วันหนึ่งหุ้น บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น [TRUE] ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นหุ้นโทรคมนาคมที่มีหนี้สูง ขาดทุนต่อเนื่อง และแทบไม่มีเรื่องเงินปันผลอยู่ในสมการลงทุน จะสามารถเดินมาถึงจุดที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล หรือ Dividend Yield สูงเทียบเคียงหุ้นคุณภาพระดับ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส [ADVANC] ได้
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องว่า TRUE จ่ายปันผลเพิ่มขึ้นอีก 0.01 บาทต่อหุ้น หรือมี Yield แตะประมาณ 5% เท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนแปลงสถานะของบริษัท จากหุ้นที่ตลาดเคยซื้อด้วยความหวังเรื่องการควบรวมและการลดต้นทุน กลายเป็นหุ้นที่เริ่มสร้างกำไรจริง มีกระแสเงินสดรองรับ และสามารถคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
สิ่งที่ควรอธิบายให้ชัดเจนคือ ทิศทางของนโยบายการจ่ายเงินปันผล แม้ TRUE ยังไม่ได้เปลี่ยน นโยบายขั้นต่ำ ในการจ่ายเงินปันผล เพราะนโยบายอย่างเป็นทางการยังคงกำหนดให้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ และปัจจุบันพิจารณาจ่ายเป็นรายไตรมาส
แต่ตัวเลขที่ปรากฏ คือตัวเลข 73% กับ 79% คืออัตราการจ่ายเงินปันผลจริง หรือ Payout Ratio ของแต่ละไตรมาส
ในไตรมาสแรกปี 2569 TRUE มีกำไรสุทธิประมาณ 6,589 ล้านบาท และประกาศจ่ายเงินปันผล 0.14 บาทต่อหุ้น รวมประมาณ 4,800 ล้านบาท คิดเป็น Payout Ratio ราว 73%
ส่วนไตรมาส 2 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 6,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 222.7% จากปีก่อน และประกาศจ่ายเงินปันผลเพิ่มเป็น 0.15 บาทต่อหุ้น รวมประมาณ 5,183 ล้านบาท ทำให้อัตราการจ่ายเงินปันผลขยับขึ้นเป็น 79%
เมื่อรวมครึ่งปีแรก ผู้ถือหุ้น TRUE ได้รับเงินปันผลแล้ว 0.29 บาทต่อหุ้น หากบริษัทสามารถรักษากำไรและจ่ายปันผลในระดับใกล้เคียงกันอีกสองไตรมาส เงินปันผลทั้งปีอาจอยู่บริเวณ 0.58-0.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาหุ้นระดับปัจจุบัน ก็มีโอกาสคิดเป็น Dividend Yield ใกล้ 5%
แต่ทั้งนี้ ต้องขอใช้คำว่า หาก เพราะ Yield ทั้งปีดังกล่าวยังเป็นการคาดการณ์จากการนำเงินปันผลครึ่งปีแรกมาคำนวณต่อ ไม่ใช่เงินปันผลทั้งปีที่บริษัทประกาศแล้ว นักลงทุนควรติดตามทั้งกำไร กระแสเงินสด ภาระหนี้ และมติจ่ายเงินปันผลในแต่ละไตรมาสต่อไป
ความแตกต่างระหว่าง TRUE กับ ADVANC จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งกว่าในวันนี้ เพราะในแง่คุณภาพงบดุล ความสม่ำเสมอของกำไร ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด และประวัติการจ่ายปันผล ADVANC ยังมีความชัดเจนกว่าเป็นอย่างมาก
เราทุกคนทราบดีว่า ADVANC เป็นหุ้นที่ดี จะเรียกว่า ดีอยู่แล้ว แต่ในฐานะของการเลือกหุ้นของนักลงทุนที่ดี มักจะมองหาหุ้นที่กำลังจะดี หรือ หุ้นที่ยังมีพื้นที่ให้ดีขึ้นอีกมากกว่า
ADVANC เป็นบริษัทที่ตลาดยอมรับในคุณภาพมานาน ราคาหุ้นจึงสะท้อนความแข็งแกร่งหลายด้านเข้าไปแล้ว ทั้งความเป็นผู้นำตลาด ฐานลูกค้าคุณภาพสูง เครือข่ายที่แข็งแรง กำไรที่เติบโต และเงินปันผลที่สม่ำเสมอ
นโยบายอย่างเป็นทางการของ ADVANC ยังคงระบุว่าจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 70% ของกำไรสุทธิ แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทมีอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ในระดับสูงมาก โดยเงินปันผลปกติสำหรับผลประกอบการปี 2568 คิดเป็น Payout Ratio ประมาณ 95% และยังมีเงินปันผลพิเศษเพิ่มเติมอีก 19 บาทต่อหุ้น
ดังนั้น แนวคิดที่ว่า ADVANC ไม่มีพื้นที่เพิ่ม Payout Ratio อีกแล้วจึงถูกในเชิงเศรษฐศาสตร์มากกว่าในเชิงนโยบาย กล่าวคือ บริษัทสามารถจ่ายเกิน 100% ของกำไรได้เป็นบางปีหากมีเงินสดหรือกำไรสะสมเพียงพอ แต่การเพิ่มเงินปันผลด้วยการขยาย Payout Ratio จากระดับเกือบเต็มกำไร ย่อมทำได้ยากกว่าบริษัทที่เพิ่งเริ่มจ่ายในระดับ 7080%
หาก ADVANC ต้องการเพิ่มเงินปันผลอย่างยั่งยืนต่อจากนี้ เครื่องยนต์หลักจึงต้องมาจาก กำไรที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพียงการดันสัดส่วนการจ่ายให้สูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม TRUE ยังมีพื้นที่อยู่สองชั้นพร้อมกัน
ชั้นแรกคือกำไรที่มีโอกาสเติบโตจากการรับรู้ Synergy การลดต้นทุนเครือข่าย การบริหารคลื่นความถี่ และการลดค่าใช้จ่ายหลังควบรวม
ชั้นที่สองคือ Payout Ratio แม้จะพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 79% ในไตรมาสล่าสุด แต่ยังไม่ถึงระดับเกือบ 100% แบบที่ ADVANC เคยจ่ายจริง
ทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม TRUE อาจมี Dividend Growth ที่โดดเด่นกว่า ADVANC ได้ แม้กำไรต่อหุ้นและคุณภาพงบดุลโดยรวมยังตามหลังอยู่ เพราะฐานเงินปันผลของ TRUE เริ่มต้นจากระดับต่ำ และกำลังถูกปรับขึ้นพร้อมกับกำไร
บริษัทที่ดีมากอยู่แล้วแต่เติบโตจาก 100 เป็น 105 อาจไม่ได้รับการตอบรับเท่ากับบริษัทที่เคยมีปัญหา แต่กำลังเดินจาก 30 เป็น 50 แม้ว่าระดับสุดท้ายยังต่ำกว่าก็ตามที
อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนทั้ง TRUE และ ADVANC คือโครงสร้างการแข่งขันของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
จากเดิมที่ตลาดโทรศัพท์มือถือมีผู้เล่นรายใหญ่สามราย ปัจจุบันการแข่งขันหลักเหลือเพียงสองกลุ่มใหญ่ คือ TRUE และ ADVANC ทำให้แรงกดดันด้านราคาลดลงเมื่อเทียบกับยุคที่ทุกค่ายต้องแย่งลูกค้าด้วยแพ็กเกจราคาถูก แจกอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก และอุดหนุนค่าเครื่องอย่างหนัก
เมื่อผู้เล่นเหลือน้อยลง บริษัทไม่จำเป็นต้องแข่งขันด้วยราคาทุกครั้งอีกต่อไป แพ็กเกจราคาต่ำถูกทยอยลดบทบาท ขณะที่การขายแพ็กเกจที่เน้นคุณภาพ ความเร็ว ปริมาณข้อมูล บริการเสริม และการรวมมือถือเข้ากับอินเทอร์เน็ตบ้านมีความสำคัญมากขึ้น
ผลที่เกิดขึ้นคือ ARPU หรือรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น
TRUE ระบุว่าในไตรมาส 2 รายได้บริการมือถือเพิ่มขึ้น 1.6% จากปีก่อน และ Blended ARPU เพิ่มขึ้น 0.6% ขณะที่แพ็กเกจ MyPlan ซึ่งมีส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของลูกค้าใหม่ในธุรกิจออนไลน์ สร้าง ARPU สูงกว่าฐานลูกค้าเดิมประมาณ 23%
การเพิ่มขึ้นของ ARPU เพียงเล็กน้อยอาจดูไม่น่าตื่นเต้น แต่สำหรับธุรกิจที่มีลูกค้าหลายสิบล้านรายและมีต้นทุนคงที่สูง รายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อลูกค้าแต่ละรายสามารถไหลลงสู่ EBITDA และกำไรได้ในอัตราที่มากกว่าการเติบโตของรายได้
เสาสัญญาณ ระบบเครือข่าย ศูนย์บริการ และบุคลากรจำนวนมากต้องมีอยู่แล้ว ไม่ว่าลูกค้าจะจ่ายเดือนละ 200 บาทหรือ 220 บาท ดังนั้นรายได้ส่วนเพิ่มจำนวนหนึ่งจึงไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน
นี่คือ Operating Leverage ของธุรกิจโทรคมนาคม
ในกรณีของ TRUE ผลดังกล่าวยิ่งชัด เพราะบริษัทยังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการควบรวม EBITDA ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 13.5% จากปีก่อนเป็น 28,335 ล้านบาท ขณะที่รายได้บริการไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่ายเพิ่มขึ้นเพียง 0.8% แสดงให้เห็นว่ากำไรไม่ได้เติบโตจากรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างต้นทุนที่ดีขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม การที่ตลาดเหลือสองรายไม่ได้หมายความว่าทั้งสองบริษัทสามารถขึ้นราคาได้โดยไม่มีข้อจำกัด เพราะยังต้องเผชิญกับการแข่งขันระหว่างกัน การกำกับดูแลของภาครัฐ กำลังซื้อของผู้บริโภค และความเสี่ยงที่ลูกค้าจะย้ายค่ายหากราคาสูงเกินไป
สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นจึงไม่ใช่การขึ้นค่าบริการอย่างรุนแรง แต่เป็นการลดการแจก ลดส่วนลด ลดแพ็กเกจราคาต่ำ และค่อย ๆ ผลักลูกค้าไปสู่แพ็กเกจที่มีมูลค่าสูงขึ้น
นี่เป็นการเปลี่ยนจากการแข่งขันเพื่อ จำนวนลูกค้า ไปสู่การแข่งขันเพื่อ คุณภาพรายได้
ด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้นก็เป็นอีกมุมที่ทำให้ TRUE มีความแตกต่างจาก ADVANC
ADVANC เป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่อยู่ในพอร์ตของกองทุนไทย นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากอยู่แล้ว ด้วยสถานะหุ้น Defensive คุณภาพสูง มีสภาพคล่องสูง และมีน้ำหนักสำคัญในดัชนี
ข้อดีคือราคาหุ้นมีฐานนักลงทุนที่มั่นคง แต่ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อหุ้นถูกถือครองโดยสถาบันจำนวนมากอยู่แล้ว พื้นที่สำหรับแรงซื้อใหม่จากการเพิ่มน้ำหนักอาจมีไม่มากเท่าหุ้นที่ยังถูกถือครองต่ำกว่าเกณฑ์
TRUE แม้เป็นหุ้นขนาดใหญ่เช่นกัน แต่ยังอยู่ในกระบวนการสร้างความเชื่อมั่นหลังการควบรวม นักลงทุนสถาบันบางส่วนอาจยังติดภาพเดิมเรื่องหนี้สูง กำไรไม่สม่ำเสมอ และความเสี่ยงจากการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่
หากในอนาคต TRUE สามารถพิสูจน์ได้ว่ากำไรปกติเติบโตต่อเนื่อง หนี้ลดลง เงินปันผลเพิ่มขึ้น และกระแสเงินสดมีคุณภาพมากขึ้น กองทุนที่เคยถือหุ้นต่ำกว่าน้ำหนักอ้างอิงก็อาจจำเป็นต้องกลับมาพิจารณาเพิ่มน้ำหนัก
นี่คือสิ่งที่อาจเรียกว่า Institutional Re-rating
ราคาหุ้นไม่ได้ขึ้นเพียงเพราะกำไรเพิ่ม แต่ขึ้นเพราะกลุ่มนักลงทุนที่เคยไม่ยอมถือหุ้น เริ่มเปลี่ยนใจและยอมให้มูลค่าที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การถือครองของสถาบันน้อยกว่าไม่ได้แปลว่าราคาหุ้นจะขึ้นง่ายโดยอัตโนมัติ เพราะอาจหมายถึงตลาดยังเห็นความเสี่ยงบางอย่างที่ต้องได้รับการพิสูจน์เช่นกัน ทั้งภาระหนี้สุทธิของ TRUE ซึ่งยังอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงจากดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายลงทุน และความต่อเนื่องของกำไรหลัง Synergy ช่วงแรกเริ่มหมดลง
ณ สิ้นไตรมาส 2 TRUE มีหนี้สุทธิประมาณ 412,386 ล้านบาท และอัตราหนี้สุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 3.7 เท่า แม้ลดลงจาก 4.0 เท่าในปีก่อน แต่ก็ยังเป็นระดับที่ต้องบริหารอย่างรอบคอบ
*จ่ายปันผลสูงคือเหรียญสองด้าน
ด้านบวกคือสะท้อนความมั่นใจของฝ่ายบริหารและสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น
แต่อีกด้านหนึ่ง เงินทุกบาทที่นำไปจ่ายปันผล คือเงินที่ไม่ได้นำไปลดหนี้หรือลงทุนเพิ่มเติม บริษัทต้องรักษาสมดุลระหว่างการตอบแทนผู้ถือหุ้นกับการทำให้งบดุลแข็งแรงขึ้น
นอกจากธุรกิจมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้านแล้ว สนามแข่งขันรอบใหม่ของทั้ง TRUE และ ADVANC กำลังเคลื่อนเข้าสู่ Data Center, Cloud, AI และบริการดิจิทัลสำหรับองค์กร
TRUE มีฐานธุรกิจผ่าน True IDC ซึ่งให้บริการ Data Center และ Multi-cloud โดยระบุว่ามีกำลังไฟรองรับมากกว่า 150 เมกะวัตต์ ขณะที่ ADVANC มีธุรกิจ Data Center ผ่านโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มและโครงการ GSA Data Center ซึ่งมุ่งรองรับลูกค้าองค์กร ผู้ให้บริการ Cloud และผู้ให้บริการระดับโลก
การเข้าสู่ Data Center ไม่ได้หมายความว่าบริษัทโทรคมนาคมจะเปลี่ยนตัวเองเป็นหุ้นเทคโนโลยีทันที แต่เป็นการต่อยอดสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว ทั้งโครงข่ายไฟเบอร์ เคเบิลใต้น้ำ ระบบสื่อสาร ฐานลูกค้าองค์กร ระบบรักษาความปลอดภัย และความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการ Cloud ระดับโลก
มือถือทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้บริโภค ขณะที่ Data Center และ Cloud เชื่อมต่อเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งระบบ
แต่ธุรกิจนี้ก็ไม่ได้สร้างขึ้นฟรีๆ เพราะ Data Center ต้องใช้เงินลงทุนสูง ใช้พลังงานจำนวนมาก และมีระยะเวลาคืนทุนยาว ผู้ชนะ คือผู้ที่สามารถหาลูกค้า เช่าพื้นที่ได้เต็ม บริหารต้นทุนไฟฟ้าได้ดี และสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนเหนือกว่าต้นทุนเงินทุน
สำหรับ ADVANC การลงทุนใน Data Center เป็นการสร้างเครื่องยนต์ใหม่ให้กับบริษัทที่ธุรกิจหลักแข็งแรงอยู่แล้ว
สำหรับ TRUE ธุรกิจนี้อาจมีความหมายมากกว่า เพราะเป็นโอกาสเปลี่ยนภาพจากบริษัทมือถือที่มีหนี้สูง ไปเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีรายได้ระยะยาว
ดังนั้น จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่เพียง TRUE มี Yield มากกว่า ADVANC แต่คือหุ้นทั้งสองตัวกำลังเข้าสู่ช่วงที่ตลาดต้องประเมินด้วยกรอบใหม่
ADVANC ยังคงเป็นหุ้นคุณภาพสูง กำไรแข็งแรง เงินสดดี และมีความแน่นอนสูงกว่า แต่ความคาดหวังจำนวนมากสะท้อนอยู่ในราคาและอัตราการจ่ายเงินปันผลระดับสูงแล้ว การเพิ่มผลตอบแทนในอนาคตจึงต้องพึ่งการเติบโตของกำไรเป็นหลัก
TRUE ยังมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ก็มีพื้นที่ให้เปลี่ยนแปลงมากกว่า ทั้งจาก Synergy การเพิ่ม ARPU การลดหนี้ การเพิ่มเงินปันผล และการกลับเข้ามาถือครองของนักลงทุนสถาบัน
กล่าวอีกแบบหนึ่ง ADVANC อาจยังเป็น บริษัทที่ดีกว่า แต่ TRUE อาจเป็น หุ้นที่มีพื้นที่ให้ดีขึ้นมากกว่า
นี่คือความแตกต่างระหว่าง Quality กับ Re-rating
นักลงทุนใน ADVANC กำลังเดิมพันกับความสม่ำเสมอและการเติบโตของกำไรจากฐานที่สูง ขณะที่นักลงทุนใน TRUE กำลังเดิมพันว่าการฟื้นตัวครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงผลชั่วคราวจากการลดต้นทุน แต่จะพัฒนาไปสู่กำไร กระแสเงินสด และเงินปันผลที่ยั่งยืน
วันที่ TRUE มี Dividend Yield สูงกว่า ADVANC จึงไม่ได้แปลว่า TRUE กลายเป็นหุ้นที่ดีกว่า ADVANC ในทุกมิติ และไม่ได้หมายความว่าราคาหุ้นจะต้องขึ้นทันที
แต่มันเป็นหลักฐานสำคัญว่า สมการของหุ้นโทรคมนาคมไทยเปลี่ยนไปแล้ว
อดีตนักลงทุนซื้อ ADVANC เพื่อรับปันผล และซื้อ TRUE เพื่อเก็งกำไรจากการฟื้นตัว
วันนี้ TRUE เริ่มมีทั้งเรื่องการฟื้นตัวและเงินปันผลอยู่ในหุ้นตัวเดียวกัน
หากบริษัทสามารถรักษากำไร ลดหนี้ เพิ่ม ARPU และค่อย ๆ ขยับเงินปันผลได้ต่อเนื่อง สิ่งที่ตลาดต้องประเมินใหม่อาจไม่ใช่เพียงว่า TRUE ควรมี Yield เท่าไร แต่คือหุ้นที่เคยถูกให้ส่วนลดจากความไม่แน่นอน สมควรได้รับส่วนลดมากเท่าเดิมอีกหรือไม่
และนั่นอาจเป็น เกมราคาหุ้น รอบต่อไปของ TRUE ที่ไม่ใช่เกมที่บริษัทต้องเอาชนะ ADVANC แต่เป็นเกมที่ TRUE ต้องเอาชนะอดีตของตัวเองให้ได้ก่อน
โดย ธิติ ภัทรยลรดี