นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป [TU] กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ TU ยังคงให้น้ำหนักและเน้นการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมองเห็นศักยภาพการเติบโตในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะใน สหรัฐอเมริกา จีน และอินเดีย ซึ่งยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก จากสัญญาณเชิงบวกดังกล่าว ล่าสุด TU ได้ปรับประมาณการเป้าหมายการเติบโตของรายได้ขึ้น จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 3-5% ปรับเพิ่มเป็น 4-6% ซึ่งในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนเช่นนี้ หากบริษัทสามารถรักษาอัตราการเติบโตระดับ 4-6% ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจอย่างยิ่ง
ด้านแผนการใช้เงินลงทุน (CAPEX) ในช่วงครึ่งปีหลังต่อเนื่องถึงปีหน้า จะยังคงรักษาระดับการลงทุนไว้ในกรอบเดิม ไม่ได้มีการปรับเพิ่มงบประมาณหลักอย่างมีนัยสำคัญ แต่จะเน้นการจัดสรรงบไปสู่การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติมในอนาคต สำหรับธุรกิจที่ TU ให้ความสำคัญ จะยังเน้นการลงทุนในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่มีศักยภาพเติบโต ขณะเดียวกันยังมีแผนลงทุนในธุรกิจอาหารกุ้งในประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ
นายธีรพงศ์ กล่าวว่า บรรยากาศภาพรวมของประเทศไทยได้รับผลดีจากการที่รัฐบาลเดินหน้าโรดโชว์พบปะนักลงทุนในหลายประเทศช่วงที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอแผนการลงทุนของไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) เข้าสู่ประเทศ ขณะเดียวกันภาพรวมธุรกิจของ TU ยังเป็นไปในทิศทางที่ค่อนข้างดี ทั้งในแง่ของค่าเงินที่อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ เช่นเดียวกับอัตราภาษีการค้าของสหรัฐฯ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ยังอยู่ในระดับที่แข่งขันได้
ทั้งนี้ ยอมรับว่าปัจจุบันกำลังซื้อภายในประเทศของไทยยังคงอยู่ในภาวะอ่อนแอ ดังนั้น หากมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน และนำไปสู่การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศในอนาคต
ในประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนนั้น มองว่าประเทศไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบ เนื่องจากเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพื้นที่ที่นักลงทุนต่างชาติมองว่ามีความปลอดภัย มั่นคง และมีความเชื่อมั่นต่อนโยบายของภาครัฐ หากสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีทิศทางที่ดีขึ้น ก็จะยิ่งส่งเสริมให้บรรยากาศการลงทุนในไทยคึกคักตามไปด้วย ขณะเดียวกันการเปิดกว้างทางการค้าการลงทุนกับจีน ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจไทยในการขยายตลาดที่มีขนาดใหญ่
โดย วรินทร ศิรินอก