สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ (7 ส.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เพื่อกำหนดแนวทางการควบคุมและเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.15% ปิดที่ 78.18 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.06 ดอลลาร์ หรือ 1.29% ปิดที่ 83.55 ดอลลาร์/บาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมัน WTI ลดลงมากกว่า 7% และะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงมากกว่า 8%
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น หลังจากมีรายงานว่า อิหร่านพิจารณาร่างกฎหมายห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนสงครามเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราวหนึ่งในห้าของโลก
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดกำลังประเมินว่าข้อตกลงระหว่างอิหร่านและโอมานจะอนุญาตให้เรือที่ชักธงสหรัฐฯ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้หรือไม่ รวมถึงเรือที่มีเจ้าของเป็นชาวสหรัฐฯ และเรือที่มุ่งหน้าไปยังท่าเรือในสหรัฐฯ จะสามารถผ่านช่องแคบดังกล่าวได้หรือไม่
มีรายงานว่าอิหร่านและโอมานเห็นพ้องกันเกี่ยวกับเส้นทางที่เรือจะใช้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสองประเทศ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวหรือไม่
นักวิเคราะห์ระบุว่า พัฒนาการในสัปดาห์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังไม่ยุติลง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านรายหนึ่งกล่าวว่า อิหร่านต้องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 5-7% ของมูลค่าสินค้าจากเรือที่ใช้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่โอมานกำลังหารือเรื่องค่าธรรมเนียมประมาณ 3% ส่วนสหรัฐฯ ไม่ต้องการให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ
เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุว่า ยิ่งการหยุดชะงักของอุปทานยืดเยื้อนานเท่าใด ปริมาณสำรองเชิงพาณิชย์ของโลกก็จะถูกนำมาใช้มากขึ้นเท่านั้น
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรม 4 รายระบุว่า ข้อตกลงที่เสนอขึ้นนั้นไม่สามารถดำเนินการได้โดยง่าย เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และเงื่อนไขด้านการประกันภัยที่เข้มงวดเกี่ยวกับการชำระเงิน
นักวิเคราะห์กล่าวว่า โครงสร้างของข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับโอมานในรูปแบบปัจจุบัน รวมถึงอำนาจที่ข้อตกลงมอบให้อิหร่าน เป็นสิ่งที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่สามารถยอมรับได้ในทางการเมือง และหากยอมรับ เขาจะเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองอย่างหนักภายในประเทศ
ความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับผลลัพธ์ของสงครามและช่วงเวลาที่สงครามจะยุติลงนั้น ทำให้บรรดานักลงทุนในตลาดมีความวิตกกังวลอย่างมาก
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช