ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.01 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อน หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐต่ำคาด คาดกรอบ 32.90-33.15

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday August 10, 2026 09:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.01 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 33.05/06 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ผ่านมา (7 ส.ค.) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร สหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดมาก ทำให้ตลาดมองว่า มีโอกาสน้อยลงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย.นี้ เลยทำให้ตัวดอลลาร์อ่อนค่าเทียบทุกสกุล

นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.90-33.15 บาท/ดอลลาร์

SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 33.0075 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.03 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 158.35/37 เยน/ดอลลาร์

เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1550 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1529/1530 ดอลลาร์/ยูโร

อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.108 บาท/ดอลลาร์

อนุทิน เร่ง FTA เปิดตลาดโลก ลดกำแพงภาษี ดันเอกชนไทยขึ้นห่วงโซ่อุปทานโลก ด้าน ศุภจี จับเข่าคุย เอกนิติ เล็งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่

วิกฤติเอสเอ็มอี ลามหนักต่อเนื่อง ธปท. ชี้หนี้เสียสูงลิ่วเทียบรายใหญ่ สะท้อน เคเชป ชัดเจน ด้าน กรุงไทย มองแก้ปัญหาเอสเอ็มอีควรเป็น วาระแห่งชาติ ชี้ ถมเงิน อย่างเดียวไม่พอ อีไอซี เผยยอดปิดโรงงานแซงเปิด สูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส ตอกย้ำกำไรต่ำ ซอมบี้พุ่ง กสิกรไทย เตือนหนี้เสียสูงต่อเนื่อง สินเชื่อ ติดลบ 15 ไตรมาส สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ ชู 5 วาระด่วนยกระดับเอสเอ็มอี

รมว.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ว่ากระทรวงการคลังมีความห่วงใยต่อสถานการณ์หนี้ของเอสเอ็มอีที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จึงได้หารือผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งมอบโจทย์ให้ ธปท.ช่วยดูแลปัญหาของเอสเอ็มอีเป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะโครงการ SME Credit Boost ซึ่งขณะนี้มีเม็ดเงินสินเชื่อกระจายออกสู่ระบบ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ควบคู่ไปกับโครงการ ปิดหนี้ไวไปต่อได้ ที่ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเติมเต็มและขยายผลการช่วยเหลือให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอี

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกของไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ว่า การส่งออกยังขยายตัวได้ดีและสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงทิศทางการส่งออกของไทยเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเดือนมกราคมมิถุนายน 2569 ไทยมีมูลค่าส่งออกรวม 196,741.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เฉพาะเดือนมิถุนายน 2569 การส่งออกมีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.8%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เดินหน้าความพยายามปลด ลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกจากตำแหน่งอีกครั้ง โดยทำเนียบขาวแจ้งให้เธอชี้แจงข้อกล่าวหาว่าให้ข้อมูลอันเป็นเท็จในใบสมัครสินเชื่อจำนอง ซึ่งคุกปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.1% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.2%

นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลงในเดือนก.ค. สวนทางกับก่อนหน้านี้ที่นักลงทุนต่างก็คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าว

เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 59.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 33.0% ในสัปดาห์ที่แล้ว

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ สัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่น และตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ในมุมมองผู้บริโภคเดือนส.ค. (เบื้องต้น)

นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันพุธนี้ (12 ส.ค.) และจากนั้นจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.)

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ