บมจ. ทางยกระดับดอนเมือง [DMT] เผยไตรมาส 2/69 เผชิญแรงกดดันจากวิกฤตพลังงาน ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และวันหยุดยาวที่ส่งผลต่อปริมาณการเดินทางส่งให้ปริมาณจราจรลดลง ขณะที่บริษัทยังคงสามารถบริหารการจัดการต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
DMT เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2/69 ว่ามีกำไรสุทธิ 238.53 ล้านบาท ลดลง 1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 17% จากไตรมาสก่อน (QoQ) ขณะที่รายได้ค่าผ่านทางอยู่ที่ 585.89 ล้านบาท ลดลง 6%YoY, ลดลง 13%QoQ ขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้ค่าผ่านทาง 1,275.59 ล้านบาท ลดลง 1% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 525.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%
นายศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ DMT เปิดเผยว่า ปริมาณจราจรบนสายทางในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 95,571 คัน ลดลง 13.2% จากไตรมาสก่อนที่มีปริมาณจราจร 110,118 คัน และลดลง 5.8% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มี 101,404 คัน โดยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการเดินทางและค่าครองชีพ รวมถึงวันหยุดยาวต่อเนื่องที่มีประมาณ 10 วัน และในช่วงเดือนพฤษภาคมมิถุนายน สายการบินที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานดอนเมืองมีการลดเที่ยวบินบางส่วนจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อจำนวนผู้โดยสารและปริมาณจราจรในพื้นที่เชื่อมต่อสนามบิน ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารยังคงติดตามปัจจัยดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
แม้ในไตรมาส 2/69 จะมีปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อการเดินทาง โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ราคาพลังงาน และวันหยุดยาวต่อเนื่อง แต่ DMT ยังคงบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป
นายศักดิ์ดา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโตประมาณ 10% โดยจะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ราคาพลังงาน และแนวโน้มปริมาณจราจรอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ New Business Venture ขยายธุรกิจด้านวิศวกรรม การซ่อมแซมและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบชำระเงินดิจิทัล ระบบจราจร และงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่และลดการพึ่งพารายได้จากค่าผ่านทางเพียงอย่างเดียว รวมถึงรองรับโอกาสจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในอนาคต
สำหรับคาดการณ์แนวโน้มปริมาณจราจรบนทางยกระดับดอนเมืองปี 2569 ยังคงคาดการณ์ว่ามีประเด็นความไม่แน่นอนที่ต้องติดตาม ซึ่งฝ่ายบริหารได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่
1.การขับเคลื่นอนโยบายภาครัฐภายใต้สภาวะวิกฤติด้านพลังงาน โดยสงครามยังคงยืดเยื้อแรงกดดันจากเศราฐกิจ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงานและต้นทุนการเดินทาง
2.ปริมาณจราจรที่เกี่ยวข้องกับท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อประเมินแนวโน้มของปริมาณจราจรที่เกี่ยวกับทางยกระดับดอนเมือง โดยช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. สายการบินที่ดอนเมือง เช่น แอร์เอเชียมีการลดจำนวนเที่ยวบินอย่างมีนัยสำคัญประมาณ 30% สงให้จำนวนผู้โดยสารลดลงและกระทบต่อปริมาณจราจรบนทางยกระดับฯ และทางอ้อมจากการลดลงของรถรับส่งสนามบิน รถเช่า และมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าหากสายการบินยังไม่กลับมาเพิ่มเที่ยวบินเต็ม Capacity ในช่วงครึ่งหลังของปี
3. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางหลังเกิดวิกฤติพลังงานที่ค่าเดินทางสูงขึ้น ทำให้ปริมาณจราจรบนทางยกระดับฯลดลง
ด้านการจ่ายเงินปันผล คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.446 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 526.83 ล้านบาท โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 3 เดือนแรกไปแล้วในอัตรา 0.223 บาทต่อหุ้น เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ดังนั้น จะจ่ายเงินปันผลส่วนที่เหลืออีก 0.223 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 263.42 ล้านบาท กำหนด Record Date วันที่ 24 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569