สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า คลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ของสหรัฐฯ ปรับตัวลงแตะระดับ 298.7 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 43 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2526
EIA ระบุในรายงานสถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ฉบับล่าสุดซึ่งเผยแพร่ในวันพุธ (12 ส.ค.) ว่า คลังสำรอง SPR ปรับตัวลงติดต่อกัน 20 สัปดาห์นับตั้งแต่สิ้นเดือนมี.ค. และการระบายน้ำมันดิบสำรองรวมกันในช่วงเวลาดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 116.7 ล้านบาร์เรล
ทั้งนี้ EIA คาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำมันในคลังสำรอง SPR จะลดลงอีก สู่ระดับ 243.4 ล้านบาร์เรล หากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ดำเนินการตามแผนปล่อยน้ำมันสำรองเพิ่มเติมเต็มจำนวนที่วางแผนไว้
คริส ไรต์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ประกาศเมื่อเดือนมี.ค.ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติให้กระทรวงพลังงานระบายน้ำมันจำนวน 172 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรอง SPR ภายในระยะเวลาประมาณ 120 วัน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คลังน้ำมันสำรอง SPR ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนธ.ค. 2518 หลังจากการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของชาติอาหรับนั้น มีความจุรวมอยู่ที่ 727 ล้านบาร์เรล โดยสถิติชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯ เคยเก็บน้ำมันสำรองไว้มากกว่า 726 ล้านบาร์เรลในช่วงเดือนธ.ค. 2552 จนถึงเดือนก.ค. 2554
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันสำรองในคลัง SPR ปรับตัวลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากเกิดภาวะชะงักงันด้านอุปทานซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งในยูเครนเมื่อปี 2565
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท