เมื่อเวลา 10.11 น. KCE พุ่ง 6.28% เพิ่มขึ้น 3.00 บาท มาที่ 50.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 844.95 ล้านบาท จากราคาเปิด 49.25 บาท ราคาสูงสุด 51.00 บาท และราคาต่ำสุด 49.00 บาท
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ [KCE] รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 สูงกว่าเราคาด 48% และสูงกว่าตลาดคาด 27% โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด กำไรปกติอยู่ที่ 242 ล้านบาท (สูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ 24%) เพิ่มขึ้น 13% YoY และ 34% QoQ หนุนโดยยอดขายที่สูงขึ้นจาก product mix ที่ดีขึ้นและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ HDI ที่มีมาร์จิ้นสูง การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยังช่วยผลักดันให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 18.9% ในไตรมาส 2/69 (เทียบกับ 18.1% ในไตรมาส 2/68 และ 17.7% ในไตรมาส 1/69)
คาดว่ากำไร 2H69 เติบโตอย่างต่อเนื่องทั้ง HoH และ YoY โดยการเติบโตจะได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นราคาขาย 10-12% และการขยายกำลังการผลิต HDI เพื่อรองรับปริมาณคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งซึ่งปัจจุบันสูงกว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่ นอกจากนี้ เรายังคาดว่า KCE จะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ เนื่องจากการปรับขึ้นราคาของบริษัทอยู่ในระดับต่ำกว่าคู่แข่ง
การจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงาน 1H69 ที่ 0.6 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 139% หรืออัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยต่อปีที่ 2.7% โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 ส.ค. 2026
สาระสำคัญจากการประชุม ผู้บริหาร KCE คาดว่ารายได้ในไตรมาส 3/69 จะเติบโต 17-19% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ย (ASP) ประมาณ 9-10% ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 69 และมีแผนปรับขึ้นราคาอีก 8-9% ในช่วงปลาย ไตรมาส 3/69 ถึงต้นไตรมาส 4/69 นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิต HDI ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง ผ่านการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิต HDI เพิ่มขึ้น 20-30% โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนก.ย. หรือต.ค. 69
สำหรับปี 70 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% YoY จากอุปสงค์ PCB ที่แข็งแกร่ง และคาดว่าจะได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น หลังจากที่บริษัทปรับขึ้น ASP ต่ำกว่าคู่แข่ง สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25% ใน 2H69 (จาก 18% ใน 1H69) และปี 70 โดยได้รับแรงหนุนจากราคาและปริมาณขายที่สูงขึ้นจากการมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มลูกค้ายานยนต์และไม่ใช่ยานยนต์ ประกอบกับการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตจาก 65% ในไตรมาส 2/69 มาอยู่ที่ 75% ใน 2H69 และคาดว่าจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 90% ในปี 70-71
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 69 เพิ่มขึ้น 57% และปี 710 เพิ่มขึ้น 42% เพื่อสะท้อนสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยโดยได้รับแรงหนุนจากภาวะขาดแคลน fiberglass/laminate/PCB ทั่วโลก ซึ่งช่วยสนับสนุนทั้งปริมาณขาย ASP และอัตรากำไรขั้นต้น เราปรับสมมติฐานการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 15% (จาก 5%) สำหรับปี 69 และ 13% (จาก 4%) สำหรับปี 70 ขณะที่ปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 21.7% (จาก 20.6%) สำหรับปี 69 และ 24.2% (จาก 20.6%) สำหรับปี 70 โดยประมาณการใหม่ของเราสะท้อนว่ากำไรปกติปี 69 จะเติบโต 67% YoY
Valuation และคำแนะนำ เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ KCE ด้วยราคาเป้าหมายใหม่กลางปี 70 ที่ 55 บาท (จาก 43 บาท) โดยอิงกับระดับ +1SD ของค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง สะท้อนถึง sentiment ที่เป็นบวกมากขึ้นจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดีขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงในกำลังซื้อ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่อ่อนแอกว่าคาด ต้นทุนวัตถุดิบ (ทองแดงและอีพ็อกซีเรซิน) ที่สูงขึ้น และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ประเด็นด้าน ESG ที่สำคัญ ได้แก่ การจัดการแรงงาน และซัพพลายเออร์
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน