สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมประกาศใช้มาตรการตัดขาดทางเศรษฐกิจขั้นรุนแรงที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ต่ออิหร่าน เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทุกช่องทาง ทั้งกวาดล้างบัญชีธนาคาร กระเป๋าเงินคริปโทเคอร์เรนซี และทรัพย์สินทั่วโลก ควบคู่ไปกับการตรึงกำลังปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเรื่องนี้ผ่านรายการ Rob Schmitt Tonight ทางสถานีโทรทัศน์นิวส์แม็กซ์ (Newsmax) เมื่อวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) โดยระบุว่า ขอให้จับตาดูการประกาศในสัปดาห์หน้าให้ดี เพราะเราเตรียมบังคับใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดอย่างที่ไม่เคยมีประเทศใดในประวัติศาสตร์เคยถูกโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจถึงระดับนี้มาก่อน
เบสเซนต์กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเร่งเครื่องกดดันทางการเงินต่อรัฐบาลอิหร่านอย่างหนัก ซึ่งกระบวนการนี้เริ่มมาตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำนโยบาย กดดันขั้นสูงสุด กลับมาใช้อีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว และยิ่งเพิ่มความเข้มข้นขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุต่อไปว่า ทางกระทรวงฯ ได้พุ่งเป้าเล่นงานทรัพย์สินของอิหร่านทั่วโลก ทั้งบัญชีเงินฝากในธนาคารและกระเป๋าเงินดิจิทัลคริปโทเคอร์เรนซี เพื่อตัดวงจรทางการเงินไม่ให้เม็ดเงินไหลไปถึงมือกลุ่มผู้นำระบอบการปกครองตลอดจนรัฐบาลอิหร่านได้อีก
นอกจากนี้ เบสเซนต์ยังกล่าวถึงปฏิบัติการ เอพิกฟิวรี (Operation Epic Fury) อันเป็นปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐฯ ร่วมมือกับอิสราเอลโจมตีอิหร่านมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. โดยระบุว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังเปลี่ยนผ่านการสู้รบมาสู่ปฏิบัติการ ความพิโรธทางเศรษฐกิจ (Economic Fury)
พร้อมกันนี้ เบสเซนต์ย้ำว่า สหรัฐฯ จะเดินหน้าใช้ทั้งมาตรการตัดขาดทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการตรึงกำลังปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่องต่อไป
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช