นักวิเคราะห์ฯ ประเมินทิศทางหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์สร้างฐาน อยู่ในโหมดระมัดระวังหลัง Fund Flow ต่างชาติเริ่มชะลอตัว ผสานความกังวลเงินเฟ้อและราคาน้ำมันดิบที่ยังทรงตัวสูงตามความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ ด้านปัจจัยในประเทศจับตาประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 2/69 ของไทย ให้กรอบแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,630 จุด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ,IAA,CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] เช้านี้คาดดัชนีแกว่งไซด์เวย์ สร้างฐาน โดยนักลงทุนยังคงอยู่ในโหมดระมัดระวังการลงทุน เนื่องจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่เคยไหลเข้าก่อนหน้านี้เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว แม้ยังไม่มีแรงขายรุนแรง แต่มีการพักการลงทุนและสลับซื้อขาย ซึ่งยังต้องติดตามความชัดเจนของทิศทาง Fund Flow
นอกจากนี้ตลาดหุ้นโลกที่ปรับตัวขึ้นช่วงที่ผ่านมามีความเสี่ยงเกิดการพักฐานระยะสั้น เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบยังแกว่งตัวในระดับสูง และอาจเร่งให้เกิดความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จนสร้างความผันผวนให้แก่ตลาดได้
สำหรับปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามในวันนี้ คือการรายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไตรมาส 2/69 ของไทย ซึ่งตลาดคาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.7% จากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 2.8% รวมถึงผลกระทบจากการขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจ่ายเงินปันผลของหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวในสัปดาห์นี้ โดยประเมินว่าจะส่งผลกระทบกดดันให้ดัชนีปรับตัวลดลงประมาณ 3 จุด
ประเมินกรอบแนวรับสำคัญ 1,600 จุด แนวรับถัดไป 1,585 1,590 จุด และแนวต้าน 1,630 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (14 ส.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,732.41 จุด ลดลง 107.58 จุด หรือ -0.20% ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,785.76 จุด ลดลง 13.23 จุด หรือ -0.17% ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,729.16 จุด ลดลง 73.86 จุด หรือ -0.28%
ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้บวกเป็นส่วนใหญ่ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 68,713.80 จุด เพิ่มขึ้น 168.26 จุด หรือ +0.24% ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 25,303.41 จุด เพิ่มขึ้น 186.56 จุด หรือ +0.74% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,930.10 จุด เพิ่มขึ้น 2.92 จุด หรือ +0.07%
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (14 ส.ค.)1,609.06 จุด ลดลง 5.30 จุด (-0.33%) มูลค่าซื้อขาย 81,758.67 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (10 ส.ค.) 1,375.52 ล้านบาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย. (14 ส.ค.)เพิ่มขึ้น 1.15 ดอลลาร์ หรือ 1.42% ปิดที่ 82.40 ดอลลาร์/บาร์เรล
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (14 ส.ค.) อยู่ที่ 25.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.08 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค คาดกรอบวันนี้ 32.90-33.25 จับตาตัวเลข GDP ไทย
บีโอไอ ชี้โอกาสอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ต่อยอดฐานผลิตยานยนต์-อิเล็กทรอนิกส์ ต้นปีนี้ดึงลงทุนผลิตชิ้นส่วน 10 โครงการ 15,000 ล้านบาท เร่งดึง Agibot ตั้งฐานผลิตครบวงจรในไทย หนุนศูนย์กลาง Physical AI อาเซียน พร้อมวางรากฐานระบบนิเวศ 3 ด้านหลัก รองรับการเติบโต เร่งเชื่อมโยงซัพพลายเชนดันบริษัทไทยเข้าสู่ Vendor List
เอกนิติ ร่วมคณะ นายกฯ บินลัดฟ้าเยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ชู FTA ต่อยอดการค้า-ลงทุน จ่อถก Canva หวังขยายธุรกิจเทคโนโลยีและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมสั่งคลัง-สรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ขีดเส้น ก.ย.69 ชี้สร้างความเป็นธรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ยกเครื่องกลไกการกำกับโรงงานใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการอนุญาต การกำกับโรงงาน และ การบังคับใช้กฎหมาย ที่นำเอาระบบ e-License ระบบ iSingle Form และระบบตรวจโรงงาน i-Auditor มาใช้ร่วมกันเป็นครั้งแรก ซึ่งระบบต่างๆ จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันแบบครบวงจร
รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพสามิต เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ทั้งหมด เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการ และป้องกันการย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น ขณะเดียวกันต้องดึงค่ายรถยนต์และอุตสาหกรรมต่อเนื่องย้ายฐานการผลิต มาตั้งโรงงานในประเทศไทยเพิ่มด้วย ซึ่งกระทรวงการคลังจะเร่งพิจารณาให้ได้ข้อสรุปภายในเดือน ก.ย.69 นี้
ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนด้านอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีแรก ยังมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ แม้ว่าในปี 69 นี้ เศรษฐกิจและกำลังซื้อไทยยังชะลอตัวต่อเนื่อง และผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาเปิดโครงการใหม่ลดลง รวมทั้งปัญหาการปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ซื้อยังคุมเข้มจนเกิดการปฏิเสธเพิ่มมากขึ้นก็ตาม
วิทัย ลั่นภารกิจแบงก์ชาติยุคใหม่ ไม่ยึดติดโลกเก่า ลงมือแก้โครงสร้างเศรษฐกิจ ชู 4 เรื่องเร่งด่วน ย้ำรักษาเสถียรภาพยังเป็นหน้าที่หลัก แต่โจทย์ไทยเปลี่ยนจากเงินเฟ้อ-ระบบการเงิน สู่การเติบโตของเศรษฐกิจที่ต่ำลงเรื่อยๆ เตรียมขยายคุมผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) ที่ไม่ได้อยู่ในกำกับแบงก์ชาติ
ส.อ.ท. เดินหน้าผลักดันมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก ชู 5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วนพยุง เอสเอ็มอีไทย ฝ่าวิกฤตสินค้านำเข้าทะลัก แนะรัฐจัดซื้อจัดจ้าง สินค้าไทย ไม่น้อยกว่า 40% ของวงเงิน 200,000 ล้านบาท
ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 กระทรวงคมนาคมเตรียมลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง 2 โครงการใหญ่ ประกอบด้วย 1.โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา-อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง มูลค่าโครงการ 4,700 ล้านบาท และ 2.โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง-เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท
*หุ้นเด่นวันนี้
-CBG (ฟินันเซีย ไซรัส) แนะนำเป็น ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2027 เบื้องต้น 63-70 บาท กำไรสุทธิ ไตรมาส 2/69 ออกมาที่ 736 ล้านบาท +21% QoQ, -8% YoY ดีกว่าเราและตลาดคาด 8-15% หนุนจากรายได้ที่ดีกว่าคาดและทำ New High รอบ 6 ไตรมาส ขณะที่ Margin ปรับตัวขึ้น q-q และยังคุมค่าใช้จ่ายได้ดี แนวโน้ม ไตรมาส 3/69 คาดปรับขึ้น QoQ ได้ต่อและเป็นไตรมาสแรกที่กลับมาโต YoY เราอยู่ระหว่างปรับเพิ่มประมาณการขึ้น เบื้องต้นคาดกำไรปี 70 ในกรอบ 3.2-3.3 พันล้านบาท ส่วนปันผล 1H69 ประกาศจ่ายที่ 1 บาทต่อหุ้น (Yield 1.8%)
-HANA (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 42.00 บาท กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84 เท่า YoY และเพิ่มขึ้น 2 เท่า QoQ สูงกว่าคาด 63% จากรายได้และ GPM ที่ดีกว่าคาด รวมถึง FX gain และรายได้อื่นสูงขึ้น ขณะที่รายได้ 5.37 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และเพิ่มขึ้น +9% QoQ ขณะที่ GPM เพิ่มเป็น 10.7% จาก NRV ลดลง เงินบาทอ่อน และผลขาดทุน PMS Korea ดีขึ้น คาดกำไร 2H69 ดีกว่าครึ่งปีแรก จากฤดูกาลคำสั่งซื้อใหม่และเงินบาทอ่อน คงคำแนะนำ ซื้อ
-ADVICE (ดาโอ) กำไรสุทธิ ไตรมาส 2/69 ทำ New High ที่ 137 ล้านบาท (+83% YoY, +18% QoQ) ดีกว่า consensus คาด 14% หนุนจากรายได้ที่เติบโต +13% YoY, +5% QoQ และ GPM แข็งแกร่งที่ 12.5%, แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท โดยคาดกำไร 2H2569E โต YoY ต่อเนื่องจากยอดขาย IT และ Smartphone ที่ยังเติบโต รวมถึง GPM ที่แข็งแกร่ง ด้าน dividend yield ยังน่าสนใจที่ 6.5% ต่อปี
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน