สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (17 ส.ค.) เนื่องจากการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 2.10 ดอลลาร์ หรือ 2.55% ปิดที่ 84.50 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 2.35 ดอลลาร์ หรือ 2.65% ปิดที่ 90.87 ดอลลาร์/บาร์เรล
สำนักข่าว Tasnim ซึ่งเป็นสื่อของอิหร่านรายงานว่า เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านไม่มีแผนที่จะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขยายระยะเวลาของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่มีกำหนดสิ้นสุดลงในจันทร์ที่ 17 ส.ค. โดยระบุว่าสหรัฐฯ ได้ละเมิดข้อตกลง MOU ตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้น ประเด็นเรื่องกรอบเวลา 60 วันจึงไม่จำเป็นต้องนำมาพิจารณา
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ ไม่มีแผนที่จะขยายข้อตกลง MOU และเรียกร้องให้อิหร่านยกธงขาวเพื่อยอมจำนน นอกจากนี้ ทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีโอมาน หากโอมานเข้ามาขัดขวางการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ
ขณะที่คริส ไรต์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ กล่าวกับสำนักข่าว Fox News ว่า มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการระงับการส่งออกน้ำมันกำลังสร้างแรงกดดันต่ออิหร่าน โดยอิหร่านไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้เลยในขณะนี้ และยังกล่าวด้วยว่า โลกไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันจากอิหร่าน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านรายหนึ่งเปิดเผยกับสื่อว่า อิหร่านจะยกระดับความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่อื่น ๆ และจะเปิดฉากโจมตี หากสหรัฐฯ ล้มเหลวในการปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
ข้อมูลการเดินเรือจาก Kpler แสดงให้เห็นว่า การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซชะลอตัวลงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์เพียง 5 ลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันเสาร์ (15 ส.ค.) และไม่มีรายงานการเดินทางผ่านช่องแคบแห่งนี้ในวันอาทิตย์ (16 ส.ค.) เมื่อเทียบกับจำนวน 31 ลำในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนหน้านั้น
ทั้งนี้ ก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในอิหร่านเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ. มีเรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซวันละ 125 140 ลำ
สำหรับความเคลื่อนไหวด้านอื่น ๆ นั้น กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันดิบในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ลดลง 5.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 293.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982
การลดลงครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่กระทรวงพลังงานยังคงระบายน้ำมันดิบออกจากคลังสำรอง SPR ภายใต้โครงการฉุกเฉินที่ประกาศในเดือนมี.ค.ปีนี้ เพื่อรับมือกับการหยุดชะงักของอุปทานซึ่งเกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการขนส่งน้ำมันที่ถูกจำกัดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
โดย รัตนา พงศ์ทวิช