BHP กำไรปีงบ 69 พุ่งเกินคาด อานิสงส์ราคาทองแดงทุบสถิติ ประกาศจ่ายเงินปันผลสูงสุดในรอบ 4 ปี

ข่าวต่างประเทศ Tuesday August 18, 2026 10:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บีเอชพี กรุ๊ป (BHP Group) บริษัทเหมืองแร่จดทะเบียนรายใหญ่ที่สุดในโลก แถลงผลประกอบการประจำปีงบการเงิน 2569 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2569 ด้วยผลกำไรที่เติบโตแข็งแกร่งและสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลรวมประจำปีสูงสุดในรอบ 4 ปี อันเป็นผลพวงจากราคาทองแดงในตลาดโลกที่พุ่งทะยานแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้แร่ทองแดงก้าวขึ้นมาเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนผลกำไรของกลุ่มบริษัทแซงหน้าแร่เหล็ก

สำหรับข้อมูลและตัวเลขนัยสำคัญทางการเงินประจำปีงบการเงิน 2569 มีรายละเอียดดังนี้:

  • กำไรสุทธิหลักส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น: อยู่ที่ 1.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อนหน้า และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของ Visible Alpha ที่ 1.266 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • เงินปันผลประจำปี: ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายที่ 99 เซนต์ต่อหุ้น ส่งผลให้เงินปันผลรวมตลอดทั้งปีอยู่ที่ 1.72 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี
  • ราคาทองแดงในตลาดโลก: พุ่งทะลุ 14,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มทองแดง: ทำได้ 1.819 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวมผลพลอยได้จากการทำเหมือง เช่น ทองคำและยูเรเนียม) แซงหน้ากลุ่มแร่เหล็กที่ทำได้ 1.453 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นเป็นตัวขับเคลื่อนผลกำไรอันดับหนึ่งของบริษัท
  • ผลประกอบการแร่เหล็กในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย: สร้างกำไรจากการดำเนินงาน 1.467 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 2% จากปีที่แล้ว สอดคล้องกับคาดการณ์ของ Visible Alpha ที่ 1.475 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • เป้าหมายและอุปสงค์ทองแดง: บีเอชพีตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตทองแดงขึ้น 40% ภายในปี 2578 แม้การผลิตระยะสั้นอาจชะลอตัว และคาดว่าความต้องการทองแดงทั่วโลกจะพุ่งแตะกว่า 50 ล้านเมตริกตันต่อปีภายในปี 2593 (จากระดับ 34 ล้านตันในปีนี้)
  • การบริหารเงินทุนและแผนลงทุน: รายจ่ายฝ่ายทุน (Capex) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีหน้า โดยบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์อีก 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่สามารถปลดล็อกได้จากแผนบริหารพอร์ตเงินทุนรวม 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และล่าสุด Global Infrastructure Partners (GIP) ได้เข้าลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อถือหุ้นส่วนน้อยในโครงข่ายระบบไฟฟ้าภายในพื้นที่เหมืองของบริษัท
  • หนี้สินสุทธิ: ปรับลดลงเหลือ 8.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย 11.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และต่ำกว่าคาดการณ์ของ Visible Alpha ที่ 9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)


แบรนดอน เครก ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งซีอีโอของบีเอชพีเมื่อเดือนก่อน ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการในมือ (Project Pipeline) โดยระบุว่า ทองแดง แร่เหล็ก ถ่านหินสำหรับผลิตเหล็ก และโพแทช ล้วนเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาของโลก บริษัทจึงต้องเร่งผลักดันสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ออกสู่ตลาดให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ แม้การเข้าซื้อสินทรัพย์เหมืองทองแดงจะมีราคาสูงกว่าการพัฒนาขึ้นเองราว 5 เท่า แต่บีเอชพียังคงจับตาดูโอกาสทางการตลาดอยู่เสมอ

สำหรับธุรกิจแร่เหล็กในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย แม้จะกำลังเผชิญแรงกดดันจากการผละงานประท้วงของแรงงานครั้งใหญ่ที่พอร์ตเฮดแลนด์ (Port Hedland) ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ แต่เครกแสดงความเชื่อมั่นว่าจะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการดำเนินงาน ขณะที่การเจรจายังดำเนินต่อไป ส่วนกรณีการเจรจาการค้ากับผู้ซื้อแร่เหล็กที่เป็นรัฐวิสาหกิจของจีน บีเอชพียังคงมุ่งเน้นกลไกตลาดที่มีประสิทธิภาพ มากกว่าการจัดตั้งโต๊ะร่วมขายสินค้ากับผู้ผลิตเหมืองรายอื่น

นอกจากนี้ เครกยังได้สยบกระแสข่าวเรื่องความเป็นไปได้ในการทบทวนเพื่อขายกิจการถ่านหินสำหรับผลิตเหล็กในรัฐควีนส์แลนด์ภายในช่วง 1 ถึง 5 ปีข้างหน้า โดยยืนยันว่าสินทรัพย์ดังกล่าวยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญในพอร์ตโฟลิโอของบีเอชพี หากสภาวะตลาดเป็นไปตามที่ประเมินไว้

ส่วนรายงานข่าวที่ระบุว่า เน็กซ์เจน เอเนอร์จี (NexGen Energy) บริษัทเหมืองแร่ยูเรเนียมสัญชาติแคนาดา กำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารืออย่างสม่ำเสมอกับบีเอชพีเกี่ยวกับโครงการยูเรเนียม Rook I ในรัฐซัสแคตเชวันนั้น เครกกล่าวชี้แจงว่า บีเอชพีจะยังคงศึกษาทางเลือกในสินค้าโภคภัณฑ์อื่นต่อไป แต่จะไม่ขอคาดเดาหรือให้ความเห็นเพิ่มเติมในประเด็นนี้

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ