ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันนี้ (18 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้น ท่ามกลางความวิตกกังวลหลังการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านเกิดภาวะชะงักงัน ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น
ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดตลาดที่ระดับ 67,460.73 จุด ลดลง 1,759.52 จุด หรือ -2.54%
หุ้นที่ปรับตัวลดลงนำโดยหุ้นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า ตนเองจะไม่หาทางขยายระยะเวลาของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่สิ้นสุดลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (17 ส.ค.) นั้น ได้กลายเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มต่าง ๆ เป็นวงกว้าง
นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส [WTI.X] ที่พุ่งขึ้นเหนือระดับ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล และการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในเวลาต่อมา ยังส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้นโตเกียว โดยหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์บางตัวร่วงลงแตะระดับต่ำสุดของปีนี้
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นพันธบัตรอ้างอิง พุ่งขึ้นแตะระดับ 2.945% ในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2539 โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากความไม่แน่นอนของอุปทานน้ำมันดิบ
ตลาดขยายช่วงติดลบมากขึ้นในการซื้อขายภาคบ่าย เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ หลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้ดัชนีนิกเกอิยุติสถิติการปิดในแดนบวกติดต่อกัน 5 วันทำการ
โชตะ ซันโดะ นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นจากบริษัท โตไก โตเกียว อินเทลลิเจนซ์ แลบบอราทอรี กล่าวว่า แม้ตลาดจะขาดปัจจัยชี้นำการซื้อขายใหม่ ๆ หลังสิ้นสุดฤดูกาลประกาศผลประกอบการ แต่ตลาดก็มีความอ่อนไหวต่อการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข