TACC ควักเงิน 45 ลบ. เข้าถือหุ้น 30% ในฉันจะกินชาเย็นทุกวัน รุกขยาย B2C พร้อมเตรียมปิดดีลใหม่อีก 1 แบรนด์ Q4

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday August 18, 2026 15:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ [TACC] เข้าลงทุนในบริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด (Betterbeam Food) เจ้าของแบรนด์ชาไทยยอดนิยม ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน ในสัดส่วน 30% ต่อยอดธุรกิจหลักเพื่อรุกขยายสู่กลุ่มธุรกิจที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง (B2C) พร้อมเตรียมรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในไตรมาส 4/69 ทั้งนี้ บริษัทวางแผนพิจารณา Spin-off นำเบทเทอร์บีมฟู้ดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน 3 ปีข้างหน้า

นางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) TACC เปิดเผยว่า TACC ได้เข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด(Betterbeam Food) เจ้าของแบรนด์ชาไทยยอดนิยม ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน ในสัดส่วนการถือหุ้น 30% รวมมูลค่า 45 ล้านบาท เพื่อสร้างความร่วมมือในการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย โดยเฉพาะกลุ่มชาไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยขับเคลื่อน เบทเทอร์บีมฟู้ด ผ่านการขยายสาขาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งหากบริษัทมีความพร้อมเต็มที่ก็มีแผนจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 3 ปี

ทั้งนี้แบรนด์ ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภครุ่นใหม่ ขณะที่ TACC เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์คาเฟ่ และร้านสะดวกซื้อชั้นนำ การผนึกกำลังครั้งนี้ จึงเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย และส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับผู้บริโภค

สำหรับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญหลักของ TACC ในธุรกิจเครื่องดื่ม โดยเฉพาะกลุ่มชา กาแฟ ขยายจากการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ (B2B) สู่การสร้างการเติบโตผ่านแบรนด์ที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง (B2C) พร้อมเพิ่มโอกาสการเติบโตผ่านช่องทางใหม่อย่างยั่งยืน มุ่งสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น ผ่านการขยายธุรกิจ การต่อยอดนวัตกรรม และการสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ให้กับทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ TACC อยู่ระหว่างเจรจาดีลร่วมทุน (JV) กับแบรนด์เครื่องดื่มอีก 1 แห่ง ซึ่งมีมูลค่าใกล้เคียงกัน โดย TACC จะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงต้นไตรมาส 4/69 ดีลดังกล่าวจะช่วยหนุนเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนรายได้ B2C เป็น 15% ภายใน 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มีรายได้หลักจาก B2B อยู่ที่ประมาณ 95-98%

ความร่วมมือครั้งนี้ คือการรวมพลังเชิงกลยุทธ์ (Strategic Synergy) เพื่อสร้าง Growth Engine ใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยโดยจะพลิกโฉมการเติบโตผ่านการเชื่อมโยงศักยภาพตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างครบวงจร พร้อมยกระดับความสามารถในการแข่งขันของทั้งสององค์กรอย่างก้าวกระโดด การลงทุนครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศธุรกิจเครื่องดื่มที่แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตในมิติใหม่อย่างยั่งยืน นางสาวไตรทิพย์ กล่าว

นางสาวพันธ์ทิพย์ ดีเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันแบรนด์ ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน มีจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการแล้วจำนวน 27 แห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค และบริษัทฯ มีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบร้านและเมนูใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครุ่นใหม่ไปพร้อมกัน

สำหรับความร่วมมือกับ TACC จะเป็นการเสริมศักยภาพของแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดย TACC มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเครื่องดื่ม ระบบซัพพลายเชน และโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจ ซึ่งจะสนับสนุนให้ Betterbeam Food สามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมีมาตรฐานสากล

การจับมือกับ TACC ไม่เพียงช่วยให้เรามีทรัพยากรและองค์ความรู้ที่ครบถ้วน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ในการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการยกระดับเครื่องดื่มไทยให้เติบโตได้ไกลกว่าเดิม และสร้างคุณค่าร่วมทั้งต่อผู้บริโภค และพันธมิตรทางธุรกิจ นางสาวพันธ์ทิพย์ กล่าวในที่สุด

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ