แอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีกำหนดการเดินทางไปยังประเทศยูเครนในวันนี้ (24 ส.ค.) ซึ่งจะเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และมีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาจะยังคงสนับสนุนแนวทางการทูตและการทหารต่อยูเครน ในขณะที่สงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา
ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนตัวผู้นำจะไม่ส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนยูเครน ทางรัฐบาลอังกฤษจึงประกาศว่าจะอนุญาตให้บริษัท เอ็มบีดีเอ (MBDA) ซึ่งเป็นบริษัทด้านการป้องกันประเทศ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชิ้นส่วนของ SCALP ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลของอังกฤษ เพื่อให้ฝรั่งเศสและยูเครนสามารถดำเนินแผนการประกอบขีปนาวุธดังกล่าวในยูเครนได้เร็วที่สุดภายในสิ้นปีนี้
สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษเผยแพร่ถ้อยแถลงของเบอร์แนม ซึ่งระบุว่า ผมต้องการให้ชาวยูเครนได้ยินจากผมโดยตรงว่า การสนับสนุนของเราจะไม่สั่นคลอน และเสริมว่า รัสเซียไม่ควรสงสัยในความมุ่งมั่นของเรา เราจะไม่ถอยจนกว่าความยุติธรรมและสันติภาพที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้น
เบอร์แนมจะพบกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน และร่วมเป็นประธานในการประชุมกลุ่มพันธมิตรของยูเครน พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ ของเยอรมนี และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ซึ่งจะเข้าร่วมการประชุมผ่านระบบวิดีโอลิงก์
ทั้งนี้ การเดินทางเยือนยูเครนของผู้นำจากหลายประเทศทั่วโลกในครั้งนี้ตรงกับวาระครบรอบ 35 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของยูเครน
สำหรับสถานการณ์ความข้ดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น ขณะนี้กองกำลังทหารรัสเซียได้ยกระดับการทำสงคราม โดยรัสเซียอาศัยจังหวะที่คลังขีปนาวุธสกัดกั้นของยูเครนลดน้อยลง ทำการเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและรถไฟ รวมถึงย่านที่อยู่อาศัย ขณะที่ข้อมูลของคณะผู้ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในยูเครนระบุว่า มีพลเรือนยูเครนถูกสังหารอย่างน้อย 437 รายในเดือนก.ค.ปีนี้ เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
นอกจากนี้ ยูเครนยังเผชิญกับการโจมตีจากรัสเซียหลายครั้งในเดือนส.ค. ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยรัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีกรุงเคียฟเมื่อวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และใช้โดรนโจมตีห้างสรรพสินค้าในเมืองคริวีรีห์ เมื่อวันศุกร์ (21 ส.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 16 ราย
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข