นักลงทุนทั่วโลกจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. เนื่องจากจะเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกของนายวอร์ชบนเวทีแจ็กสัน โฮล หลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานเฟด
ทั้งนี้ นายวอร์ชจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันศุกร์ เวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย
เฟดจัดการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮลในปีนี้ระหว่างวันที่ 27-29 ส.ค. ภายใต้หัวข้อ Financial Innovation: Implications for Payments and Policy หรือ นวัตกรรมทางการเงิน: ผลกระทบต่อระบบการชำระเงินและนโยบาย ซึ่งเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ และสอดคล้องกับระบบการเงินสมัยใหม่ โดยอาจเกี่ยวข้องกับ stablecoins, digital payments, cryptocurrencies, tokenization และ CBDC หรือสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง รวมทั้งคำถามว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดอย่างไร
นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายวอร์ชเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ท่ามกลางเงินเฟ้อที่อยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ดีดตัวขึ้น ขณะที่หนี้ของรัฐบาลสหรัฐพุ่งทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่านายวอร์ชจะไม่ส่งสัญญาณเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในการกล่าวสุนทรพจน์ในครั้งนี้ โดยคาดว่าเขาจะกล่าวเกี่ยวกับนวัตกรรมทางการเงินตามหัวข้อของการประชุม รวมทั้งความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างของเฟด หลังจากที่เขาตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 5 ชุดเพื่อทบทวนกรอบการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด
ทั้งนี้ การประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล ถือเป็นการประชุมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นหนึ่งในการประชุมธนาคารกลางที่มีระยะเวลายาวนานที่สุดในโลก โดยการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮลมีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 50 ปี ซึ่งผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีคลัง นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน จากประเทศต่างๆทั่วโลก จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ขณะที่ความสนใจจะอยู่ที่การกล่าวปาฐกถาของประธานเฟดเพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงิน และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 61.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ย. และให้น้ำหนัก 38.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 46.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนต.ค. และให้น้ำหนัก 53.2% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25%
ขณะเดียวกัน นักลงทุนให้น้ำหนัก 72.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 27.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าว
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ