สำนักงานสถิติแห่งชาติสิงคโปร์รายงานในวันนี้ (24 ส.ค.) ว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่นับรวมต้นทุนที่อยู่อาศัยและการขนส่งส่วนบุคคล พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2567 โดยมีสาเหตุมาจากค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น หลังจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคครัวเรือนของสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของสิงคโปร์ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.2%
ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับ 2.2% ในเดือนก.ค. ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.4%
ทั้งนี้ ค่าสาธารณูปโภคและเชื้อเพลิงอื่น ๆ พุ่งขึ้น 6.1% ในดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง โดยสิงคโปร์ซึ่งต้องนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมดที่ใช้ภายในประเทศ จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าและก๊าซสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 3/2569
สำหรับเงินเฟ้อในหมวดการขนส่งพุ่งขึ้นแตะระดับ 7.9% ขณะที่เงินเฟ้อในหมวดอาหารปรับตัวขึ้นแตะระดับ 2.2%
รัฐบาลสิงคโปร์ได้ดำเนินมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่มีต่อประชาชน โดยได้อัดฉีดงบประมาณช่วยเหลือเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์นับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเมื่อช่วงต้นปีนี้
ด้านธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ประกาศเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินในการประชุามเมื่อเดือนที่แล้ว และยังคงคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปีนี้จะอยู่ในกรอบ 1.5% 2.5% พร้อมกับเตือนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจยังคงอยู่ในระดับสูงไปจนถึงช่วงกลางปี 2570
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข