นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ในฐานะกรรมการ สมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า หลังจากการหารือกับนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังแล้ว สมาคมค้าทองคำได้รับการยืนยันว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลังยังไม่มีนโยบายจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำ โดยสิ่งที่ภาครัฐมีความกังวล คือ จะมีแนวทางอย่างไรในการรับมือกับปัญหาเงินเทาที่ไหลเข้าสู่ระบบ ผ่านธุรกรรมการซื้อขายทองคำ
ประเด็นนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนเห็นตรงกันว่า การเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้สามารถติดตามเส้นทางเงิน และทองคำได้อย่างครบวงจร นพ.กฤชรัตน์ ระบุ
ทั้งนี้ แนวทางสำคัญในการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว คือ Connect the Dots เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นทางของเงินที่นำมาซื้อทองคำ แหล่งที่มาของเงิน ผู้ซื้อทองคำ การนำทองคำไปขายต่อ รวมถึงเส้นทางเงินที่เกิดขึ้นหลังการขาย เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถตรวจพบธุรกรรมที่มีความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งภาครัฐ นำโดยกระทรวงการคลัง และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้บริหารจัดการเรื่องนี้มากว่า 6 เดือนแล้ว เป็นนโยบายของภาครัฐที่สำคัญ และมีการประสานความร่วมมือทั้ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และตำรวจ
เรื่องภาษีเบาใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะปลัดคลังบอกว่ายังไม่ได้กดปุ่ม และกระทรวงการคลัง เข้าใจในสิ่งที่สมาคมฯ ชี้แจงว่า หากเริ่มเก็บภาษีตอนนี้ ไม่ว่าจะเก็บภาษีในอัตราเท่าไร จะส่งผลร้ายต่ออุตสาหกรรมอย่างยิ่ง และมองว่าการจัดเก็บภาษีไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใด จะเป็นการลดทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมทองคำไทยในเวทีโลกทันที นพ.กฤชรัตน์ กล่าว
พร้อมระบุว่า สมาคมค้าทองคำ ได้ชี้ให้เห็นว่าการที่ภาครัฐจะควบคุม หรือสกัดทุนเทาไม่ให้เข้ามาอยู่ในระบบได้ จำเป็นต้องมีหลักในการตรวจสอบโดยองค์รวมของความเสี่ยงของประชาชน หรือบุคคลที่เรียกว่า Centralized AML Intelligence Platform เพื่อที่จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ว่า บุคคลนั้นมีศักยภาพเพียงพอที่จะซื้อทองได้จริงหรือไม่
ไม่ใช่ว่าแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว หรือคนขับรถ จะเดินเข้ามาซื้อทองได้ครั้งละ 5 ล้านบาท หรือ 100 ล้านบาท เพราะต้องยอมรับว่า วันนี้มีการรับจ้าง มีนอมินี มีบัญชีม้าซื้อทอง ดังนั้นหากมีการเชื่อมข้อมูลเข้ากับเครดิตบูโร หรือข้อมูลภาครัฐได้ ก็จะเห็นความผิดปกติ (Red Flag) ของธุรกรรมนั้น ๆ ทันที นพ.กฤชรัตน์ ระบุ
อย่างไรก็ดี หลังจากนี้ กระทรวงการคลัง จะเชิญสมาคมค้าทองคำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการ Connect the Dots เพื่อดึงหรือเชื่อมข้อมูลให้ได้ว่า จะใช้ระบบในการควบคุมอย่างไร เพื่อให้สามารถควบคุมร้านทองทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะร้านทองรายใหญ่ 10-20 แห่งเท่านั้น เพราะร้านทองเปรียบเสมือนด่านหน้า ที่จะช่วยตรวจจับความผิดปกติ ดังนั้นหากสามารถให้ข้อมูล และสามารถสร้างแพลตฟอร์มใหญ่ในระดับชาติเพื่อให้รู้ได้ จะสามารถป้องกันได้ดีขึ้น
คาดว่าจะมีมาตรการในการควบคุมทุนเทาที่ชัดเจนออกมาภายในปีนี้ ซึ่งจะเน้นการสร้างระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่ง เพื่อคัดกรองธุรกรรมที่ต้องสงสัย มากกว่าการใช้มาตรการทางภาษี มากดดันผู้ประกอบการ และประชาชน นพ.กฤชรัตน์ กล่าว
โดยปัจจุบัน สมาคมค้าทองคำ พยายามผลักดันให้ร้านทองกว่า 7,000 8,000 แห่งทั่วประเทศ ใช้ระบบตรวจสอบยืนยันตัวตน (KYC/CDD) ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากที่ผ่านมา กลุ่มทุนเทามักเลี่ยงจากร้านใหญ่ 10 รายแรกที่มีระบบป้องกันเข้มงวด ไปใช้บริการร้านค้าย่อยแทน
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์