ราคาบิทคอยน์ยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แถมสถาบันการเงินต่าง ๆ ก็ยังคงออกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์มาให้ได้เห็นกัน คนที่มีบิทคอยน์ในครอบครองคงจะดีใจไม่น้อย ส่วนคนที่ไม่มีบิทคอยน์ บางทีนี่อาจจะเป็นจังหวะที่ดีให้ได้เรียนรู้มากขึ้นก็เป็นได้!!
*Bitcoin ใช้ค้ำซื้อบ้านได้แล้ว!
หลายคนที่ถือ Bitcoin น่าจะเคยคิดเล่น ๆ ว่าถ้าวันหนึ่งอยากซื้อบ้าน จะต้องขาย Bitcoin ก่อนหรือเปล่า? ล่าสุดในสหรัฐฯ มีบริษัทสินเชื่อชื่อ Better ร่วมกับ Coinbase เปิดบริการใหม่ ที่ให้ลูกค้า ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันในการกู้ซื้อบ้านได้ โดยไม่ต้องขาย Bitcoin ออกมาก่อน
หลักการทำงานก็ไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด สมมติว่าเราจะซื้อบ้าน แต่ยังไม่อยากขาย Bitcoin ที่ถืออยู่ เราก็สามารถนำ Bitcoin ไปฝากไว้กับ Coinbase ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสินทรัพย์ ส่วน Better ก็จะปล่อยสินเชื่อซื้อบ้านให้ตามปกติ พูดง่าย ๆ ก็คือ เราได้ซื้อบ้าน แต่ยังถือ Bitcoin เอาไว้ได้เหมือนเดิม
แต่มีเงื่อนไขสำคัญ เพราะถ้าอยากกู้เงินสำหรับดาวน์ 100,000 ดอลลาร์ เราจะต้องนำ Bitcoin มาค้ำประกันถึง 250,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นประมาณ 250% ของวงเงินกู้ เรียกว่าเป็นการเผื่อความผันผวนของราคา Bitcoin ไว้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว
แต่หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วถ้าราคา Bitcoin ร่วงแรง จะโดนบังคับขายเหมือนเวลาค้ำในตลาด Futures หรือเปล่า? คำตอบคือ ไม่ เพราะทาง Better ระบุว่า ถ้าราคา Bitcoin ลดลง บริษัทจะ ไม่เรียกหลักประกันเพิ่ม และไม่บังคับขายเพียงเพราะราคาลดลง แต่ถ้าผู้กู้ ผิดนัดชำระหนี้เกิน 60 วัน บริษัทก็มีสิทธิ์ขาย Bitcoin ที่นำมาค้ำประกันได้
ตอนนี้บริการนี้รองรับเฉพาะ Bitcoin เท่านั้น ส่วน Ethereum และ Solana บริษัทบอกว่าจะทยอยเพิ่มเข้ามาในอนาคต
*Bitcoin มี ETF แล้วถึงคิว Zcash?
ช่วงนี้หลายคนอาจจะโฟกัสอยู่ที่ Bitcoin ETF หรือ Ethereum ETF แต่ล่าสุด Grayscale เปิดตัว ETF ตัวใหม่ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เพราะครั้งนี้เป็น Zcash ETF หรือ ETF ที่ลงทุนในเหรียญ ZEC โดยเฉพาะ ถือเป็น ETF ตัวแรกในสหรัฐฯ ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึง Zcash ผ่านบัญชีโบรกเกอร์แบบปกติได้เลย
จริง ๆ แล้ว Zcash ไม่ใช่เหรียญใหม่ มีการเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 และเป็นหนึ่งในเหรียญที่ถูกเรียกว่า Privacy Coin เพราะถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกปกปิดข้อมูลของธุรกรรมได้ ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Zero-Knowledge Proof หรือการยืนยันข้อมูลโดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของธุรกรรม
Grayscale บอกว่า ที่เลือกพัฒนา ETF ตัวนี้ เพราะมองว่าในอนาคต เมื่อ AI วิเคราะห์ข้อมูลเก่งขึ้น และโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว ความเป็นส่วนตัว จะกลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญมากขึ้น และ Zcash ก็เป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่พยายามแก้ปัญหานี้มาตั้งแต่แรก
สำหรับ ETF ตัวนี้ ใช้ชื่อย่อว่า ZCSH ซึ่งต่อยอดมาจากกองทุน Zcash Trust ที่ Grayscale เปิดมาตั้งแต่ปี 2017 ปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 260 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะถูกพัฒนาเป็น ETF ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ
ย้ำกันเล็กน้อยว่า การซื้อ ETF ตัวนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราถือเหรียญ ZEC โดยตรง และตัว ETF เองก็ระบุชัดว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ราคาผันผวน และผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้
ถ้าทุกคนมองให้ลึก จะเห็นว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่อง Zcash แต่เราจะเห็นว่า หลังจากตลาดเริ่มมี Bitcoin ETF และ Ethereum ETF แล้ว ตอนนี้ผู้จัดการกองทุนก็เริ่มมองหา ธีมการลงทุน ใหม่ ๆ ในตลาดคริปโทฯ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Privacy Coin, Stablecoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัลเฉพาะทาง ซึ่งก็น่าจะเป็นอีกเทรนด์ที่เราน่าจะได้เห็นต่อจากนี้
*รัฐบาลสหรัฐฯ โอน Bitcoin อีกแล้ว! ตลาดลุ้นจะขายหรือไม่?
หลายคนอาจจะเห็นข่าวเมื่อคืนนี้แล้วว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีการโอน Bitcoin ออกมาจากกระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับคดี Alameda Research จนหลายคนเริ่มกังวลว่าหรือรัฐบาลกำลังจะขาย Bitcoin อีกรึเปล่า?
Alameda Research คือบริษัทเทรดคริปโทฯ ในเครือ FTX ของ Sam Bankman-Fried ที่ล้มละลายไปเมื่อปี 2022 :ซึ่งต้องบอกก่อนว่า การโอน Bitcoin ไม่ได้แปลว่าขายเสมอไป เพราะสิ่งที่บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอย่าง Arkham ตรวจพบ คือมีการย้าย Bitcoin จำนวนหนึ่งจากกระเป๋าที่รัฐบาลยึดมาได้เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน แต่ยังไม่มีหน่วยงานของสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่าจะนำเหรียญชุดนี้ไปขาย
จริง ๆ แล้ว เวลาที่เราเห็น Bitcoin ถูกย้ายบน Blockchain มันอาจเกิดได้หลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นการย้ายไปเก็บในกระเป๋าใหม่ การเปลี่ยนผู้รับฝากสินทรัพย์ หรือย้ายไปยัง Coinbase Prime เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ของรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดนี้ ยังไม่ได้หมายความว่ามีการขายเกิดขึ้น
ถ้าย้อนกลับไปดูตลอดปีนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ก็มีการทยอยย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยึดมาจาก Alameda และ FTX หลายครั้งแล้ว ทั้ง Ethereum, Chainlink รวมถึงเหรียญอื่น ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งจะถูกนำออกขายในตลาด
แต่ที่น่าสนใจก็คือ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามจัดตั้ง Strategic Bitcoin Reserve เมื่อปีที่แล้ว หลักการของนโยบายนี้คือ Bitcoin ที่ถูกโอนเข้า คลังสำรอง ของรัฐบาล จะไม่ถูกขายออกไป ยกเว้นบางกรณี เช่น การคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหาย หรือเป็นไปตามคำสั่งศาล
เพราะฉะนั้น ประเด็นที่ตลาดกำลังจับตา ไม่ใช่แค่รัฐบาล โอน Bitcoin แต่กำลังรอดูว่า Bitcoin ชุดนี้อยู่ภายใต้ Strategic Bitcoin Reserve แล้วหรือยัง? หรือยังอยู่ในกระบวนการของคดี FTX และ Alameda เพราะสถานะทางกฎหมายของเหรียญแต่ละชุด จะเป็นตัวกำหนดว่าจะสามารถขายได้หรือไม่
สรุปก็คือ ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ขาย Bitcoin รอบใหม่ ดังนั้น นักลงทุนก็อาจไม่ต้องรีบตื่นตระหนก แต่ก็คงต้องติดตามกันต่อว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นเพียงการย้ายกระเป๋าหรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการสินทรัพย์ล็อตใหญ่ในอนาคต
โดย ดวงกมล คล่องบุญจิต