หลังจากรัฐบาล ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ เมื่อช่วง 22 ก.ค. 5 ส.ค.ที่ผ่านมา
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและกำหนดแนวทางดำเนินการ ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
สำนักงาน ก.พ. รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นต่อที่ประชุม โดยมี 5ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1.การกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 : อายุ 50 ปีขึ้นไปหรืออายุราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)
กลุ่มที่ 2 : อายุ 40-49 ปี และอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)
2.การกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม
3.เงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ
4.เงื่อนไขในการห้ามกลับเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท และ
5.การกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation
โดยที่ประชุมมีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น และเห็นชอบในหลักการใน 3 ประเด็น ได้แก่ การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม การห้ามกลับเข้ารับราชการ และการจ้างบุคลากรภายนอกเพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation
สำหรับการกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ จะได้รับในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 12 เท่า
สำหรับการกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง ให้ส่วนราชการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ และสามารถบริหารจัดการตำแหน่งที่จะนำมายุบเลิกได้ตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องยุบเลิกตำแหน่งที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ดำรงอยู่โดยตรง
ทั้งนี้ มอบหมายสำนักงาน ก.พ. หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำรายละเอียดมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ และนำเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมาย และนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็วต่อไป
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน