สำนักข่าวแอกซิออส (Axios) รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 ราย ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเจรจาขั้นสุดท้ายกับรัฐบาลรักษาการของเวเนซุเอลา เพื่อเข้าถือหุ้นและมีสิทธิ์ในแหล่งทรัพยากรน้ำมันมหาศาล ซึ่งจะกลายเป็นข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ที่ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ มากกว่าเท่าตัว โดยดึงทรัพยากรจากเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก
แม้รายละเอียดของข้อตกลงจะยังอยู่ระหว่างการสรุปผล แต่กรอบการเจรจาครอบคลุมแหล่งน้ำมันที่มีศักยภาพการผลิตมากกว่า 10 แหล่ง คิดเป็นปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วราว 9 หมื่นล้านบาร์เรล จากปริมาณสำรองทั้งหมดของเวเนซุเอลาที่มีอยู่ 3 แสนล้านบาร์เรล โดยแหล่งน้ำมันเหล่านี้เคยอยู่ภายใต้การครอบครองของกลุ่มอิทธิพลและคนวงในของรัฐบาลเวเนซุเอลาชุดก่อน ซึ่งบางรายถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีแล้ว อีกทั้งเป็นแหล่งน้ำมันที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ภายใต้การควบคุมของจีน
ทั้งนี้ เพื่อแลกกับการให้สหรัฐฯ เข้าถือหุ้น รัฐบาลเวเนซุเอลาจะได้รับประโยชน์จากการที่ภาคเอกชน รวมถึงบริษัทพลังงานสัญชาติอเมริกัน เข้าไปช่วยฟื้นฟูพัฒนาแหล่งขุดเจาะ และสร้างรายได้จากน้ำมันส่งกลับคืนสู่ประเทศ
รายงานระบุว่า การเจรจาสำคัญครั้งนี้นำโดย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ส่วนกรอบเวลาในการลงนามข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัด แต่ คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ มีกำหนดการเดินทางเยือนเวเนซุเอลาในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือแนวทางผลักดันให้บริษัทสัญชาติอเมริกันเข้ามาเพิ่มกำลังการผลิตในแหล่งน้ำมันต่อไป
การเร่งผลักดันข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากสถานการณ์สงครามในอิหร่านและยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกและผลักดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำมันในคลังปิโตรเลียมสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (SPR) ก็ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี
ข้อตกลงนี้จะกลายเป็นผลงานชิ้นสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของปธน.ทรัมป์ ซึ่งมุ่งขับเคลื่อนความมั่นคงและการเป็นผู้นำด้านพลังงานในซีกโลกตะวันตก อันเป็นเสาหลักของนโยบายที่ทรัมป์เรียกว่า หลักนิยมดอนโร (Donroe Doctrine)
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ปธน.ทรัมป์เริ่มเปิดการหารือเป็นการภายในถึงแนวทางการเข้าถือหุ้นในแหล่งน้ำมันเวเนซุเอลา ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะอนุมัติปฏิบัติการจับกุมตัวอดีตผู้นำเผด็จการ นิโคลัส มาดูโร เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมาดูโรถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดในนครนิวยอร์ก
ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาประสบภาวะทรุดโทรมอย่างหนักอันเนื่องมาจากการบริหารงานที่ผิดพลาดตามแนวทางสังคมนิยม นับตั้งแต่ยุคของอดีตประธานาธิบดีอูโก ชาเวซ ก้าวขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2542 ต่อเนื่องมาจนถึงยุคของมาดูโร
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท