นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการประกาศใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.69 ว่า ระเบียบฉบับนี้จะช่วยให้ภาครัฐบริหารจัดการคนต่างด้าวได้อย่างต่อเนื่อง ลดช่องว่างระหว่างขั้นตอน และทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจนและรวดเร็วขึ้น โดยคำนึงถึงความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และการบริหารทรัพยากรของรัฐอย่างเหมาะสม
สำหรับลักษณะความผิดของคนต่างด้าวที่เข้าข่ายถูกเนรเทศ ได้แก่
1.เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
2.ทำงานในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว 3.ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
4.ปลอมเอกสารทางราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม
5.กระทำความผิดตามกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป และ
6.เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามข้อ 15
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ภายหลังระเบียบมีผลบังคับใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขานรับข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับคนต่างด้าวที่กระทำผิด รวมถึงกรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก่อความวุ่นวาย ไม่เคารพกฎหมายหรือวัฒนธรรมไทย และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวทั่วไป ตั้งแต่การตรวจสอบพฤติการณ์ การดำเนินคดีและรับโทษ ไปจนถึงการเตรียมส่งกลับประเทศ
สำหรับคนต่างด้าวที่กระทำความผิดและได้รับโทษตามกฎหมายแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานข้อมูลล่วงหน้าก่อนการปล่อยตัว เพื่อเตรียมการตามขั้นตอนเนรเทศและลดระยะเวลาการควบคุมตัว
ทั้งนี้ เมื่อมีคำสั่งเนรเทศ หากผู้ถูกเนรเทศไม่มีเงินสำหรับเดินทางกลับประเทศ รัฐสามารถพิจารณาใช้งบประมาณส่งกลับได้ตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง และให้ดำเนินการภายใน 30 วันนับแต่มีคำสั่งเนรเทศ เพื่อไม่ให้เกิดการกักตัวเป็นเวลานานและลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐ ทั้งค่าอาหาร สุขภาพ เสื้อผ้า และการดูแลด้านอื่น ๆ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความคุ้มค่า
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน