สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคารเพิ่มเติมภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
เบสเซนต์กล่าวว่า สหรัฐฯ พร้อมใช้ ความรุนแรงทางการเงิน หากจำเป็น พร้อมเตือนผู้ที่ยังทำธุรกรรมกับอิหร่านว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ทราบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง และทุกฝ่ายต่างรู้ดีว่ากำลังถูกจับตา โดยกิจกรรมเหล่านี้ต้องยุติลง
สำหรับจีน เบสเซนต์ระบุว่า เขาจะหารือกับเจ้าหน้าที่จีนในการประชุม G20 และย้ำว่า สหรัฐฯ ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อจีน หากจีนยังเดินหน้าซื้อน้ำมันจากอิหร่าน
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ปฏิเสธกระแสวิจารณ์ว่ารัฐบาลลังเลที่จะดำเนินการกับจีน โดยย้ำว่าเป็นการตีความของสื่อที่ไม่ถูกต้อง พร้อมยืนยันว่า สหรัฐฯ และจีนมีจุดยืนตรงกันว่าควรเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นก่อนการประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G20 ที่เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งเบสเซนต์มีแผนหารือกับตัวแทนจากหลาย ๆ ประเทศ เพื่อผลักดันความร่วมมือในการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน
รายงานระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งสัญญาณปรับยุทธศาสตร์จากการใช้ปฏิบัติการทางทหารมาสู่การกดดันทางเศรษฐกิจ หลังความขัดแย้งระหว่างสองประเทศดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 6 โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเดินหน้าสิ่งที่เรียกว่า วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ (Economic D-Day) ต่ออิหร่าน ซึ่งเผชิญมาตรการคว่ำบาตรมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับตึงเครียดขึ้นอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) หลังสหรัฐฯ โจมตีแท่นยิงจรวดของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกของสหรัฐฯ ในรอบ 1 เดือน ขณะที่อิหร่านเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน ใส่ฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ หลายแห่งในจอร์แดน
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เน้นการส่งสัญญาณเตือนมากกว่าการออกมาตรการคว่ำบาตรโดยตรงต่อประเทศที่ยังค้าขายกับอิหร่าน โดยเฉพาะจีนที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่านและเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายสำคัญ
ส่วนมาตรการแรกภายใต้แผนกดดันทางเศรษฐกิจรอบใหม่นี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เสนอร่างกฎเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (28 ส.ค.) เพื่อห้ามสาขาในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ของธนาคารบังก์ มิสร์ (Banque Misr) เข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ โดยธนาคารดังกล่าวเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของอียิปต์
ทั้งนี้ การเลือกใช้มาตรการเสนอร่างกฎระเบียบแทนการคว่ำบาตรธนาคารอียิปต์โดยตรง ยังสะท้อนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจระมัดระวังในการดำเนินมาตรการต่อประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่าน ซึ่งรวมถึงจีนและอินเดีย
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์