ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลบในวันนี้ (31 ส.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้อิหร่านยิงขีปนาวุธข้ามแดนตอบโต้ใส่ฐานทัพสหรัฐฯ 2 แห่งในจอร์แดน นอกจากนี้ การกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้กระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ปิดที่ 9,076.00 จุด ลดลง 16.30 จุด หรือ -0.18%
- ดัชนี All Ordinaries [XAO.X] ปิดที่ 9,271.40 จุด ลดลง 22.90 จุด หรือ -0.25%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มแร่ธาตุที่ไม่ใช่พลังงาน และกลุ่มสินค้าผู้บริโภค ปรับตัวลดลง ซึ่งบดบังการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มสื่อสารและกลุ่มการเงิน โดยหุ้นบริษัทรายใหญ่อย่าง BHP และ Rio Tinto ต่างก็ร่วงลงกว่า 2% ขณะที่หุ้น Northern Star Resources และหุ้น Evolution Mining ต่างดิ่งลง 5.2%
บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นออสเตรเลียยังได้รับปัจจัยลบหลังจากจีนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของออสเตรเลียเปิดเผยข้อมูลภาคการผลิตและภาคบริการที่ซบเซา โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตอยู่ที่ระดับ 49.8 ในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.2 ในเดือนก.ค. และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 49.6
อย่างไรก็ตาม ดัชนีที่อยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนอยู่ในภาวะหดตัว และเป็นการหดตัวติดต่อกันเดือนที่สอง ซึ่งกดดันให้รัฐบาลบาลจีนต้องเร่งออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจ หลังจากที่การเติบโตทางเศรษฐกิจเริ่มสูญเสียแรงขับเคลื่อน
ส่วนดัชนี PMI นอกภาคการผลิต ซึ่งรวมถึงกิจกรรมในภาคการก่อสร้างและการบริการ อยู่ที่ระดับ 49 ในเดือนส.ค. ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับของเดือนก.ค. โดยดัชนีที่อยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวเช่นกัน
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2569 และข้อมูลการค้าประจำเดือนก.ค.ของออสเตรเลียในสัปดาห์นี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข