Toyota-Honda เสี่ยงเจอภาษีทรัมป์ หลังสหรัฐฯ จ่อขึ้นภาษีรถแคนาดา 50%

ข่าวต่างประเทศ Monday August 31, 2026 17:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

โตโยต้า (Toyota) และฮอนด้า (Honda) 2 ค่ายรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น อาจต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากแคนาดาเป็น 50% จากปัจจุบัน 25% โดยมาตรการดังกล่าวอาจเริ่มมีผลวันที่ 1 ม.ค. หากทั้งสองชาติไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

รายงานระบุว่า ทั้งสองค่ายมีฐานการผลิตในแคนาดาขนาดใหญ่ โดยผลิตรถยนต์รวมกันมากกว่า 75% ของรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตในประเทศ นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากภาษีมีผลบังคับใช้ โตโยต้าและฮอนด้าอาจต้องลดกำลังการผลิตหรือหยุดเดินสายการผลิตบางส่วนในแคนาดา

นักวิเคราะห์จากบาร์เคลย์ส (Barclays) ระบุว่า รถยนต์ที่ผลิตในแคนาดา (รวมถึงรถยนต์รุ่นหลักอย่าง Toyota RAV4 และ Honda CR-V) คิดเป็นเกือบ 25% ของยอดขายฮอนด้าในสหรัฐฯ และ 17% ของยอดขายโตโยต้าในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดาค่ายรถยนต์รายใหญ่ ส่งผลให้ทั้งสองบริษัทเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุดจากแผนการปรับขึ้นภาษีเป็น 2 เท่าจากเดิม 25% ของทรัมป์

ขณะเดียวกัน ต้นทุนจากภาษีสหรัฐฯ ส่งผลให้โตโยต้ามีค่าใช้จ่ายราว 1.4 ล้านล้านเยน หรือ 8.8 พันล้านดอลลาร์ ในปีงบการเงินที่ผ่านมา โดยบริษัทกำลังเร่งขยายการผลิตในสหรัฐฯ และวางแผนลงทุนสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศ ส่วนฮอนด้ากำลังเผชิญแรงกดดันจากธุรกิจรถยนต์ที่ขาดทุน

ปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังเผชิญการแข่งขันรุนแรงจากรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดของจีนในตลาดสำคัญ ทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และลาตินอเมริกา ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดหลักของทั้งโตโยต้าและฮอนด้า และเป็นตลาดสำคัญที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนอย่าง บีวายดี (BYD) ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำตลาด

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ